2005/Apr/19

แย่หล่ะสิ แทนที่กลับมาจะเขียนเลยแต่เจอ deadline candy นรก ดักคอเลยต้องสางแคนดี้ให้เสร็จก่อนแล้วค่อยมาอัพบล๊อค แล้วสมองบล๊อบของเราก็พาลลืมๆเรื่องไปหลายๆๆๆเรื่องแล้ว อร๊าคคค ชื่อสถานที่แทบจะโกยแน่บออกจากสมองหมด จะอธิบายด้วยภาพตามที่พอจะจำได้นะเค่อะ อุ ครู๊ๆ T____T

ก็เริ่มจากออกเดินทางวันที่ 9 เมษา ขึ้นสายการบิน carthey pacific เออ แต่มันต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง เราเลยได้สกิลใหม่ในการทำหูให้หายอื้อ =w= ตอนกำลังจะลงแลนดิ้งที่ญี่ปุ่น เปิดทีวีช่องที่มันฉายภาพนอกเครื่อง โอ๊วว... เป็นวิวประเทศในฝันเรากำลังใกล้เข้ามา อยากจะร้องโวยวายในเครื่องแต่ต้องสงบใจไว้ นั่งกรี๊ดกะน้องที่นั่งข้างๆ อาการเดียวกัน แฮ่กๆ พอลงจากเครื่องได้ไปเหยียบพื้นก็โวยวาย "ญี่ปุ่นๆ" อยู่กะเรย์ วันแรกก็มาถึงเอาตอน 5 ทุ่มแล้วไม่ได้ทำไรไปหาของกินในร้านเบนโตะ แล้วก็เข้าSMITH (คือห้างฯ ต่อไปสมิธจะเริ่มมีบทบาทในฐานะแหล่งหาของกินยามดึก) อากาศเย็นๆกินชานมอุ่นแล้วรู้สึกดีมากเรย เราพักที่ RYOKAN KANGETSU ตอนแรกที่เห็นรู้สึกว่ามันโคตรเล็กเลย แต่สวยดี แต่พออยู่ไปซักพักก็รู้สึกว่า บางที่ ญี่ปุ่นนี่อะไรก็เล็กไปหมดซะมากกว่า วันแรกยังคล้าวเปิดทีวีกะฮีตเตอร์แล้วก็ใช้ชักโครกไม่เป็น (วันหลังๆจะอัพสกิลการใช้ของพวกนี้ ฮี่ๆ)

ขอบ่นเรื่องชักโครก มันนั่งแล้วชักเองทันที รู้สึกแปลกๆนะ เอิ๊กๆ แล้วมันจะมีปุ่มมโหฬารมาก แบบที่นี่ไม่มีสายฉีดแต่มันจะมีปุ่มฉีดขึ้นมาจากชักโครกด้วย ว๊ากกก แล้วมันมีปุ่มแบบ กดแล้วจะมีเสียงดักโครกๆๆ อารมณ์ กลบเสียงของเรา แต่เสียงมันก็ทุเรซ พอกันแหล่ะหวา =p= นี่กว่าจะรู้ครบทุกปุ่มก็ล่อไปหลายวันนะนี่ ห่ะๆ

อีกเรื่องคือการขึ้นบันไดเลื่อนที่นี่ต้องชิดซ้ายเพราะทางขวาเว้นให้คนที่รีบเร่งแล้วเราก็เผลอยืนแบบคนไทยบ่อยมากเลย ฮู่ววว ...

เช้าวันใหม่ (จุ๊กกรู)++


ที่แรกเลยไป kawasaki museum ที่นี่จะแสดงนิทรรศการของ CLAMP เป็นวันสุดท้ายพอดี มาถึงมิวเซี่ยมยังไม่เปิดเลย เห็นแต่หนุ่มทีมเบสบอลมาทำอะไรแถวนี้ก็ไม่รู้ พอเข้าไปได้แล้วจะเจอ โมโคน่ายักษ์ แล้วเข้าไปต่อจะมีขายสูจิบัตรงานซื้อหรือไม่ซื้อก็ได้ เพราะต้องจ่ายค่าเข้างานแยกอยู่แล้ว ข้างในเป็น ภาพต้นฉบับสีของ CLAMP ติดตามฝาผนัง โหย เราไม่ได้บ้า clamp คือจะบอกว่าเลิกบ้าไปนานแล้ว เห็นแล้วยังอึ้ง อร๊ากกก "พลัง handmade!!!" เห็นแล้วอยากจะร้องว่า "โอ๊ยย บ้าไปแล้ว" คือ ไอ้ที่พวกเราเห็นตีพิมพ์เนี่ยมันเทียบต้นฉบับไม่ได้เลยอ่ะ คนละเรื่องยังไงไม่รู้ ต้นฉบับ สวยมากกกกก เนี๊ยบมาก รายละเอียดยิบๆ นอกจากต้นฉบับภาพสีแล้วมีตู้นึงเป็นต้นฉบับขาวดำ แต่ยังอลังไม่เท่าสี แล้วก็มี ตู้ที่แสดงว่างานของ CLAMP ไปตีพิมพ์ประเทศไหนมาบ้าง มี CCS เล่มของวิบูลกิจแปะอยู่ด้วย จะว่าอายดีไหม ปกสีซีดเนี่ย =p= แล้วก็มี โชบิทไซส์เท่าคน โมเดลจากหลายเรื่องเยอะมาก มาแบบอลังการงานสร้างด้วย ดาบเทวะของ คามุอิไซส์จริง สวยมาก!! ตอนอ่านการ์ตูนไม่ชอบดีไซน์มันเลย พอมาเห็นเป็นเล่มๆแล้วทำไมมันสวย(ฟ่ะ) แต่ยังไงเราก็ประทับใจต้นฉบับมากที่สุดแหล่ะ ขนลุกๆ พอชมงานจนแทบหมดเวลาออกไปทำลายเงินกันหน่อย เราได้แผ่นรองเขียน อาเจ๊ XXX holic มา ชอบอาเจ๊จัง!!
สรุป ประทับใจ CLAMP ใหม่อีกแล้ว!!! กริ๊ววว


TOSHIMAEN COSPLAY EVENT
แหม๋ อยากจะเอาภาพมาให้ดูนะ แต่เค้าบอกว่าห้ามเอามาโพสอ่ะ เราแอบเอามาลงรูปเล็กๆจะโดนไหมนะ อยากได้ กรุณาหลังไมค์แล้วกัน เพราะเราถ่ายมาเกือบ 100 ถือว่าน้อยมากเลย ทีมที่อยากสโตกนานๆก็ไม่กล้า เพราะที่ญี่ปุ่นเค้าถ่ายที่ละคนอ่ะ แถมต้องขออนุญาติก่อนถ่ายด้วย แบบชนิดที่ว่าถึงจะโดนตากล้องล้อมทีมอลังการ แต่ตากล้องก็ถ่ายทีละคนอ่ะ อึ้งๆ บ้านเรารุมแล้วมา แช๊ะๆ (แบบนี้ก็ดีเหมือนกันเพราะคนเป็นแบบไม่หลุด) เราเดินไปมั่วนิ่ม "อ่าๆ cosplay OK" ไม่ก็ "เอ่อๆ ฉะชิน โอเนงัยชิมัส" ภาษาวิบัติ มากมาย แต่ก็ บุ่ยๆ ขอถ่ายรูปมาได้ งานนี้จัดอยู่ในสวนสนุก ฉากสวยแสงดีว่างั้น เราเข้าไปในราคาคนถ่ายภาพ เค้าจะมีสติ๊กเกอร์ให้แปะเสื้อด้วยว่า อิฮั้นถ่ายรูปได้ (จริงๆเราอ่านไม่ออก) ก็พอทัวร์เรามาถึง แต่ละคนเดินแยกกันตามสบายเลย เราเลยลุยเดี่ยวแปลงร่างเป็นโอตาคุปริศนาถ่ายภาพคอสอย่างบ้าคลั่ง (อีเรย์แอบเนียนเอาชุดคอสมา เสียดายที่ไม่เนียนเหมือนมันจริงๆนะ T_T อยากคอสมั่งแต่ใจไม่ด้านพอตอนนั้น) งานนี้อยากบอกว่า คุณกิน(ทามะ) หล่อๆเต็มงานเลยเว้ยยยย!!! เดท(โน๊ต)กระเด็น กั่กๆ ส่วนทีมที่อลังการมากคือ trinity blood แต่ดูเค้าจะเหนื่อยมาก หน้านิ่งตลอดการถ่าย ทีมแรกที่เราถ่ายเลยคือ magnarcarta ชื่อนี่รึเปล่าเนี่ยล่ะ จริงๆแล้วกล้องที่หนุ่มๆถ่ายคงถ่ายสาวๆมา ส่วนกล้องเรา เน้นสาวหล่อวะฮ่าๆ หนุ่มหล่อไม่มีเลย (พูดจริง) แต่สาวหล่อใช้ได้ เสียใจไม่เจออายาโตะ กุซิกๆ ทั้งที่เค้าไปงานด้วยแต่เราหาไม่เจออ่ะ เราว่าเราเดินทั่วทีเดียวนะ อารมณ์ว่าตรูจะถ่ายมันมาทั้งงานแล้ว ยกเว้นที่ตรูไม่ถ่าย นารุโตะที่เราแอบเอามาแปะทีมนี้น่ารักมากๆๆๆ ทุกคนเล้ยยย ส่วนปริ้นฯ สาวหล่ออย่างแรง โอ๊กอ๊าก วิกอยากสโตกนานกว่านี้ แต่เค้ามีบรรยากาศน่ากลัวนิดหน่อยเลยถ่ายได้แค่ 2 รูปง่ะ T_T จริงๆเราเจอดันเต้น่ารักๆมาคนนึงด้วย หล่อมากกก แต่ดูน่ารักมากกว่า แต่ไม่ได้เอามาลงให้ดูง่ะ D-Grey ก็คอสเยอะแต่ทีมเจ๋งๆมีประมาณ 2 ทีมฮ่ะ โอ๊วว loveless ก็เรื่อยๆ อธิบายไม่หมด++ กรุณาหลังไมค์ด่วน ว๊าก จ๊าก วิกชิ่ง....!!!
สรุปแล้ว โคตรประทับใจ แต่เสียดายไม่เจอ อายาโตะกะ คิรี๊ ซิกๆๆๆๆๆ


ที่นี่มันชื่ออะไรฟ่ะ ขอเรียกสถานที่ forgoten01
แบบว่าเข้าไปแล้วจะมีอนิเมหลายยุคให้ดูมากเลย มีพวกเจ้าหนูอะตอมด้วยอารมณ์ว่า ทีวีรุ่นเก่าฉายการ์ตูนยุกเก่า แล้วพัฒนาทีวีกับการ์ตูนไปด้วยกัน มีฉายขั้นตอนอนิเมตั้งแต่วาด ลงสีบนแผ่นเซล ใส่ฉาก มีห้องที่เลียนแบบเวลาพากย์เสียงด้วย แอบไปเล่นพากย์เสียงมาแปร๊บนึง แล้วก็มีห้องที่เป็นเกมให้เล่นแต่เราไม่ได้เล่นเลย มีจอใหญ่อีกจอที่ฉายวิธีทำ อนิเมทั้งแบบ 2d 3d
ที่นี่ให้เวลาเดินไม่นานนัก พอออกมาฝั่งตรงข้ามเป็นวัดเลยแอบไปดูนิดหน่อย

ตอนเย็นเราได้กินอาหารชุดนึง แต่ติดใจสตอรเบอรี่มาก ทำให้เราบึ่งไป สมิธ ซื้อสตอเบอรี่มา อร๊าก อาหร่อย ลูกยักษ์ กัดกลางแล้วข้างในเป็นสีขาวแต่มันหวานอาร่อยมากเค่อะ!!เย็นวันนั้นพยากรณ์ว่าฝนจะตกพรุ่งนี้ ทุกคนเลยไปซื้อร่ม(วุ่นวายกันใหญ่) แต่พอดีเราพกร่มมาอยู่แล้วเลยไม่ต้องซื้อ แล้วมันก็ตกจริงๆด้วย

เช้าวันรุ่งขึ้นฝนตกอย่างหนาวว จากวันก่อนแจ๊กเกตตัวเดียวยังไหวกลายเป็น เสื้อกันหนาวตัวใหญ่ทั้งหมวกทั้งถุงมือ
(เราชักจะลืมว่าอันไหนไปก่อน-หลังแล้วอ่ะ เริ่มมั่วแล้วกัน มั่ววันด้วย ฮี่ๆ)

KODANSHA สำนักพิมพ์ชื่อดังนะกร๊า อย่างที่บ้านเรารู้จักกันดีก็คือการ์ตูนของ clamp อาคามัตสึ เคน แล้วก็ oh my goddess งานนี้เข้าไปถึงก็ได้คุยๆขำๆกะ ฝ่ายต่างประเทศของทางโคดันฉะ เค้ามีการบอกว่า นักเขียนการ์ตูนบางคนเคยบอกจะไปห้องน้ำแล้วหนีคนทวงต้นฉบับไปเฉยเลย =p= เอิ๊ก พอคนทางโคดันฉะเขียนแพนผังการทำงานให้ดูแล้วรู้สึกว่า การเป็นนักเขียนการ์ตูนมันสู้ชีวิตจังเว้ยยย (อ่า เห็นอนาคตตัวเองเลือนราง เหนื่อยน่าดู)
แล้วเค้าก็เอาต้นฉบับของ อาคามัตสึ เคน (เนกิมะ) มาให้ดู อยากบอกว่าตรูไมได้คลั่งอาคามัตสึ แต่เห็นต้นฉบับแล้วร้องว๊ากอีกแล้วววว อ๊าคค เนี๊ยบบบมากกกก โอ๊ย แพ้พลังของต้นฉบับ พอเสร็จจากการวนกันดูต้นฉบับ ก้มๆเงยๆเพราะห้ามแตะ แล้ว ทางโคดันฉะก็ยกเทรดดิ้งการ์ดเลิพฮินะให้ พวกเราก็เอามาเทรดดิ้งกันจริงๆ แล้วก็พาเดินดูในสำนักงานนิดหน่อยแต่แทบไม่รู้เรื่องอะไรเลยอ่ะ
(เทรดดิ้งการ์ด เราเหมาพวกการ์ดต้นฉบับมาได้ส่วนนึงเลยล่ะ)


BANDAI MUSEUM
ของเล่นๆๆๆ เต็มเลย
แต่หลักๆก็จะเป็นพวกขบวนการ 5 สี กับ กันดั้ม มันมีทางเข้าแยกเป็นสองฝั่งเลยล่ะ เราแอบชอบส่วนของกันกั้มมากกว่า ขบวนการ 5 สี จะรวมพวกอุลตร้าแมนอะไรยังงี้ลงไปด้วย อุลตร้าขนาดเท่าคนจริงแอบอึ๋มมากมาย ครึ ครื้อ ส่วนฝั่งกันดั้มเค้ามีราวแขวนเสื้อให้เราใส่เนียนคอสกันด้วย เปลี่ยนเล่นไป 4 ชุด เจอชุดเด็กเข้าไป รัดพุงสุดยอด =[]=
พอออกมาด้านนอกเจอบันได(bandai)ดักทางด้วยกาจาปองนับร้อยตู้ โอ๊กก เงินตรู คนอื่นนั่งบิดตู้สาวน้อยเรานั่งบิดตู้ ซัมม่อนไนท์ น่ารักกก!! ได้มาครบเซ็ทเลย ดวงดี ทีเดียวได้ :Dไม่มีซ้ำ แล้วเราเลยไปบิด สตีมบอยต่อแต่ผิดหวังตั้งแต่ตัวแรกเลยถอย สงสัยดวงจะหมดไปกะซัมม่อนแล้ว อั่กๆ


มหาวิทยาลัยโทได TOUDAI สะกดยังไงหวา
ตอนนั้นอากาศเริ่มโคดหนาวแล้ว เดินในโทได พูดแล้ว ควันออกปาก นี่มันฤดูใบไม้ผลิแน่เร้ออ ตรูหนาววว แต่ถึงจะหนาวแต่มันอากาศดีมาก รู้สึกตาสว่าง วิวเมืองนอกมาก โท้ได่!! (อ่าวก็เมืองนอกนี่นา) แต่เราไม่ได้เดินไปไหนไกล หมุนตัวถ่ายรูปมาได้นิดหน่อยเท่านั้น สวยดีๆ

ตอนกลางคืนทำไรไร้สาระนอนดึกทุกคืนแล้วก็ไปง่วงตอนเช้า พรุ่งนี้เป็นวันเตรียมลุยขั้นสุดยอด ฮ่ะๆ

อากิฮาบาระ อากิฮาบาระ OTAKU STATION ที่สถานีรถไฟอากิฮาบาระมีป้ายนี้ติดอยู่จริงๆนะ พร้อมกับตัวการ์ตูนจากเรื่องเกนชิเค็ง หรือเค็น หว่า วันนี้ได้นั่งรถไฟครั้งแรก หลังจากวันก่อนนั่งรถบัส ช่วงเช้าโนเวลาเร่งด่วน ต้องยืนเป็นโจลีนตลอดเลย ปวดเอวมาก ซิกๆ คนแน่นจริงๆด้วย ไม่เกาะราวก็ไม่ล้มแล้วเนี่ย =p=


วัดลืมชื่อ forgotten02
วัดเดียวในย่าน อากิฮาบาระ ขึ้นชื่อเรื่อง การเงิน การงาน เข้าไปด้านในก็มีบ่อน้ำเหมือนจะให้ตักดื่ม มีกระบวยเงินกะทองเราไม่รุ้ว่ามีความหมายรึเปล่าแต่เราตักกระบวยทองมาดื่ม แล้วก็ไปดูส่วนของเครื่องรางที่เราซื้อคือ "การเงิน การงาน โชคลาภ" กร๊าก ไม่ค่อยโลภเลย เอาน่า =w= ได้เห็นมิโกะด้วย มิโกะ แอบหน้าตาดีอ่า 555 หลังจากเข้าวัดแล้วก็ไปตบะแตกต่อที่อากิฮาบาระ


AKIHABARA otaku zone อย่างแรง!!
มันดูยิ่งใหญ่มากเลยที่ถนนใหญ่และละแวกนั้นจะมีร้านอย่างว่า เอ๊ย ร้านการ์ตูนเต็มไปหมด (อยากจะบอกว่ามีร้านอย่างว่าด้วยจริงๆแหล่ะ) โอ้ ตึกแรกที่เราเลือกเข้า พอดีว่ามันอยู่ใกล้ เลยเดินไป นอกร้านเหมือนเป็นชุดเมดนึกว่าร้านคอสเพล เข้าไปเจอตุ๊กตายาง จ๊ากก แล้วยังเดินขึ้นไปต่อ อืมมมม อาจจะผิดชั้นมั้ง แล้วเริ่มเจอของสยองขวัญขึ้นเรื่อยๆ วิ่งหนีออกจากร้านแทบไม่ทัน กรึ๊บ =p= (มีกุญแจมือแบบขึงเตียงด้วย จ๊อด) วันที่มาอากิบะนี่ทรหึดมาก สายฝนและแรงลมไม่สามารถทำอะไรเหล่า หญิงสาวและชายหนุ่มในโหมดโอตาคุได้ ฝ่าฝนช๊อบ!! เราเอากระเป๋าลากมาเตรียมขนโดยเฉพาะ อนิจจา หลงฝูงสาวๆ เลยต้องเดินไปกะพวกอัส แล้วก็เข้าร้านที่ขายโดสาวน้อย+สาวใหญ่ =w= ร้านสำหรับผู้หญิงล่ะ ซิกๆๆ อย่าว่าโง้นงี้เราได้มาเยอะอยุ่ดี แต่ส่วนมากจะเป็นอิลลัสเป็น 10 เลยว๊ากกส่วนโดสาวน้อย ได้มา 4 เล่มแรร์ทั้งนั้น เงินข้อย!!แต่สวยมากเลย ประทับใจ วิ้งๆ เราแบกหนักมากๆอ่า มือชาเลย แต่มันส์จริงๆอากิบะ น่าเสียดายที่จำทางไม่ได้ ตอนช่วงครึ่ง ชม. สุดท้าย หลงทางอีกแล้วเหลือเรากะเรย์ ขณะที่กำลังเตรียมเนียนถามทางก็เจอพวกเดียวกันแต่ฝูงอื่น เลยเข้าไปเนี่ยนกะอีกกลุ่มด้วยซะ กร๊าซซ เนียนไปเรื่อยๆ สรุปวันไปอากิบะเราเนียนถึง 3 กลุ่ม หลงฝูงบ่อยอ่ะ เหิกๆจริงๆช่วงกลางวันนัดทานอาหารแถวนั้นด้วย ทุกคนทำเวลาอย่างแรง แต่เราว่าอาหารร้านนั้นอาหร่อยมากเรยขากลับโยนของให้รถขนกลับ ส่วนตัวคนนั่งรถไฟกลับกันเอง

ไปต่อที่ KARAOKE รึเปล่าหรือว่าผิดวัน กร๊าก มันจะมีวันที่ไป cartoon cafe ด้วย เราเริ่มสับสนเล่ามัน 2 ที่เลยละกัน
ตอนไปคาราโอเกะ เหมือนว่าจุดประสงค์หลักของคนพามา จะมาให้ร้องเพลงการ์ตุนกลับแต่ พลังโอตาคุเราไม่พอกัน พูดง่ายๆง่อยยุ่น เลยร้องเพลงฝรั่ง กร๊าก ต่างจากตอนอยู่ไทยยังไงเนี่ย TwT ทำไมกลายเป็น อีวาเนสเซ้น ทาทู กับ ลิงกินผัก กันใหญ่เลยก็ไม่รู้ พี่ monto ก็ช๊อบเหนื่อยหลับคา คาราโอเกะอีก (เผาๆ) จากทีแรกที่เราคิดว่าเราร้องไมได้ กลายเป้นเราค่อนข้างยึดไมค์ไปซะงั้น

รุ้สึกว่าเย็นนั้นจะได้กินอาหารไทยเรากินก๋วยเตี๋ยวต้มยำ แต่เหมือนต้มจืดละเลายมะนาวไปหน่อย เอิ๊กๆ ก็กินได้น่า แต่ไม่ค่อยเหมือนอาหารไทยเรยอ่ะ บรรยากาศร้านโบราณข้างทางมาก แต่ราคาอย่าพูดเป็นเล่นไปเลย!! แล้วก็จะแยกคนที่ไปการ์ตูน คาเฟ่ต่อกับคนที่ไม่ไป

Cartoon Cafe มันคือห้องสมุดอ่านกาตูนดีๆนี่นา แถมเราไปอ่านไม่ออกด้วย ก๊ากไปทะมัย แต่มาเห็นก็ดีเหมือนกัน นั่งหยิบหนังสือมาเปิดมั่วๆ แล้วในนัน้จะมีเครื่องดื่มที่ดื่มได้ตลอดเราพยายามจะชงกาแฟ ออกมารสชาติทุเรศมาก อัสกินแล้วยังหนี =p= มันไม่มีครีมเทียมเราใส่แต่น้ำตาลอ่ะ สยอง แต่ปกติเราชงกาแฟเป็นนะ แง่มๆ ตอนขากลับ มีคนลืมของที่กาตูนคาเฟ่เลยยืนรอ แล้วทุกคนที่รอเลยถือโอกาสซื้อเค้กแถวสถานีรถไฟกัน กลับมากิน มันสวรรค์มากเลย อร๊ากกก เค้กสตอเบอรี่โซคูนที่สุด!! สตอเบอรี่แปะบนและสอดกลาง ครีมสด แป้งนุ่ม หอมและอร่อย *p* อยากกินอีก!!!

วันนี้เป็นวันแรกที่เราลง onzen ด้วย คนอื่นแทบจะไปกันทุกวันแต่พอดีเราไม่ได้สบายดีเท่าไหร่เลยเพิ่งหาโอกาสลงตอนที่เริ่มหายดีกับฝนไม่ตกแหล่ะนะ กร๊าซซ เขิลลล เอาผ้าขนหนูผืนเล็กเซ็นเซ่อ ทำไมคนอื่นไม่อายฟร่ะ =w=

ตัดไปเช้าวันรุ่งขึ้น++


GHIBLI MUSEUM
เข้าไปยังไม่เปิดอีกแล้ว แต่ระหว่างรอก็มีกลุ่ม นร.คาดว่าน่าจะม.ต้นมาทัศนศึกษาพร้อมเรา หุๆ ชุด นักเรียน!! ทุกคนเริ่มเกิดอาการ โคะๆ ถ่ายรูปแอบเอาเค้าเป็น แบคกราวด์ เลวมาก แต่แล้ว พี่ทามะก็บุกเดี่ยวไปขอเค้าถ่ายเลย แต่ดูเหมือนเค้าก็เฮฮากันน้า กรึ๊บบ จริงๆนร.ม.ต้นก็ตื่นตาแล้วแต่พอได้เข้ามาข้างในเราอยากจะร้องว่าสวยมากกก น่ารักมากก เราชอบมากเล้ยยย มีบันไดวน ยังไงดี มันดูตกแต่งไปซะทุกส่วนดูน่ารักอบอุ่นไปหมดเลยอ่ะ แฟนตาซีแบบบ้านๆดี ขนาดที่ว่า เราเดินไปเรื่อยๆจนเข้าห้องน้ำหญิงแล้วเห็นโถส้วมถึงเพิ่งรุ้ตัวว่าเราเข้ามาในส่วนห้องน้ำแล้วอ่ะ เพราะทุกส่วนถูกตกแต่งไว้หมด ขนาด นร.ชายของญี่ปุ่นเค้าเองเดินตามเราเข้ามาถึงห้องน้ำเหมือนกัน =///= ไม่รู้เหมือนกันสินะ แล้วเค้าก็วิ่งออกไป (น่าแกล้งหลงเข้าห้องน้ำชายซะจริง กึ้ยๆไม่ช่าย) มันมีส่วนที่หมุนแผ่นฟิมล์อนิเมให้ดูด้วย แต่ที่เจ๋งมากๆคือ ปั้นโมเดลแบบค่อยๆขยับ จนไปที่ตุ้กระจกตุ้นึง เค้าหมุนโมเดลพร้อมเปิดไฟกระพริบ ภาพที่ตาเราเห้นเลยเป้นโมเดลขยับแบบอนทเช่นอันนี้แหล่ะสุดยอดมากๆเลย พอสำรวจชั้น 1 เสร็จ แล้วมันมีให้เลือกขึ้นลิฟท์กับบันไดวน แน่นอนเราหลงเสน่ห์ บันได ขึ้นบันไดเฟ้ย ตะเกียกตะกายจนหอบถึงชั้นบน โดนดักทางด้วยร้านขายของฝาก เงินช้านนน โดนท่าน ฮาวส์ หลอกเงินไปมากมาย กุซิกๆ แล้วถึงค่อยไปเดินส่วนอื่นต่อ มีของทางต่างชาติด้วย เห็นพวก monster inc./shark tale อยู่ด้วย แล้วก็มีพวก เนมสตอรี่บอดของที่จิบิทำ จะว่าไปพอซื้อบัตรเข้างานแล้วเค้าแถมฟิลม์ตัดมาให้ 3 ช๊อตเราได้จากเรื่อง spirit away แต่มีแต่กบในโรงอาบน้ำ ดุ่ยๆ แล้วเราก็วนไปขึ้นดาดฟ้าอีกครั้ง ชั้นดาดฟ้าเค้าให้ถ่ายรุปได้มีหุ่นยักษ์อยู่ แล้วเราก็วนมาชั้นล่างสุดอีกรอบ งวดนี้เข้าไปดูหนังสั้น เหมือนจะเป็นของทางฝรั่งเค้ามากกว่า สั้นๆแต่สนุกดีทีเดียว รวมประมาณ 3 เรื่องทั้งหมด 15 นาทีพอเดินออกมั่วๆ เหมือนจะไม่ได้ออกทางที่เข้ามา มันเป็นสวนเราว่าให้ความรุ้สึกเหมือนสวนบ้านของ KIKI แม่มดเดลิเวอรี่ เลย มีคันโยกน้ำด้วย ลองไปโยกๆมาเหมือนกัน ลำบากใช่ย่อย แล้วก็เดินสำรวจรอบนอกอีกนิดหน่อยก่อนออก
สรุป เป็น มิวเซี่ยมที่สุดยอดสุดในบรรดาที่มาทัวร์นี้เลย เราชอบมากกกกกก

GONZO
เพราะว่านัดกอนโซบ่าย2 แต่ไปถึงก่อนเวลาเลยยังไม่ได้เข้าไป ตอนนั้นเราง่วงมากเลยนอนในรถ แต่บางส่วนลงไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ แต่ได้ข่าวว่าหนาวกันกลับมา พอกลับมากันแล้วก็เข้าไปกอนโซ...
กอนโซ อธิบายผังงานของเค้า แล้วเริ่มเปิดฉายโน่นนี่ให้เราดู เหมือนกอนโซมาวิจัยพวกเรามากกว่าเรามาวิจัยเค้าซะอีกนะเนี่ย เหอๆ เพราะว่า เค้าถามไปหมดเลยอย่างเคยดูอะไรของเค้ามาบ้างชอบเรื่องไหนไม่ชอบเรื่องไหน แล้วกอนโซก็แอบเผยของใหม่ๆมาให้ดูด้วย มีหนังเตรียมเข้าโรงแล้วก็อนิเมเรื่องใหม่ เราถูกกอนโซ หลอกล่อด้วย ปฎิทิน trinity blood ลายเส้นฉบับนิยาย สวยมากกก แล้วกอนโซก็ให้ กระดาษที่ใช้วาดตอนทำอนิเมมาด้วยกร๊าก มีคนในทัวร์ถามเล่นๆว่าตอนทวงงานมีคนวาดที่บอกไปเข้าห้องน้ำแล้วหนีไปเลบเลยแบบโคดันฉะไหม เค้าตอบว่า "บ่อยไป" (ขำ) ทีนี้เค้าจะพาเดินดูสนง.ของเค้า พอกะตอนโคดันฉะเลย ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเท่าไหร่เพราะ เดินไม่ถึง 2 นาทีก็หมด แต่ของกอนโซ รกและแออัดมาก พื้นที่ห้องคิดว่า ประมาณ สนามบาสในโรงยิมเองแต่ยัดคน 200 กว่าคน ทุกคนมีคอมประจำตัวแล้วมีเชลฟ์กระดาษกั้นแต่ละส่วน แออัดจริงๆ

วันนี้เหลือเวลาเยอะมากบางคนเลยแยกไปหาร้านช๊อบกัน แต่เราเดินแล้วหลงทางดุ่ย