2007/Jan/08

เกาหลี เกาหลี เกาหลี

เรื่องมีอยู่ว่า เด็ก(แก่)ที่ไม่ได้ดู แดจังกึมคนหนึ่ง

อยู่ๆ น้า(ไม่สาว) ก็โทรมาแล้วตั้งประโยคคำถามว่า

"ไปเกาหลีมั้ย?"

แล้วเด็ก(แก่) ที่กำลังซื้อของในสโมของศิลปากรนั้น
ก็คิดถึงนัดช่วงปีใหม่ที่นัดกับเพื่อนไปแล้วซักพัก
หลังจากเห็นว่าเกาหลีเด็ดกว่า (เลว 555) ก็ตอบตกลงน้าว่า

"ไป!!"
(พลาดงวดนี้ อาจจะไม่ได้ไปอีกนี่หว่า)

--------------------------------------------------

เออ ก่อนอื่นต้องบอกไว้ก่อนว่าอย่าคิดมาหาชื่อสถานที่เที่ยวในบล็อคนี้ แบบว่าเลย 3 วัน วิกมันก็ลืมสิ้น =p=

ค่อยๆอ่านนะ เพราะเราตั้งใจเขียน

*28 ธันวาคม 2006
ตอน 3 ทุ่มกว่าๆขึ้นเครื่อง เราไปกับน้า 2 คน เพื่อนน้าอีก 2 คน แล้วก็ลูกเพื่อนน้าอีกคน(ก๊กเรา 5 คน)ส่วนคนอื่นอีก รวมๆ 20 คนมาทัวร์เดียวกัน แต่ตอนนั่งเครื่องบินเราต้องไปนั่งโดดเดี่ยวอยู่กะ อีกครอบครัวนึง เลยได้รู้จัก พี่ก้อย กับพี่เจ ครอบครัวพี่ 2 คนนี้แบบว่า ผู้หญิงหน้าตาดีทุกคนเลย
เออ แล้วก็แบบ แอร์ของสายการบิน ASIA airline ท่าจะเป็นคนเกาหลีเค้าใส่ผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ น่ารักดี ตอนที่เสริฟอาหารก็แบบว่า คนเกือบทั้งทัวร์เป็นครอบครัวจีนเลยไม่มีใครกินเนื้อ มันมีให้เลือกปลากับเนื้อ (ฮ่วย จริงๆเราไม่กินทั้ง 2 อย่าง แต่ถ้าต้องเลือกก็ยอมกินปลาวะ T_T ฮือ) แล้วก็แบบทุกคนเลือกปลาจนปลาหมด ต้องไปนั่งโง่พาสาปะกิด อธิบายว่า บีคอส ออฟ รีริเจี้ยน(ศาสนา) ง่อย แล้วแบบพี่ก้อยกับพี่เจก็ทำหน้าฝากความหวังในการพูดปะกิดไว้กะเรา ฝากผิดคนแล้วพี่สาว ห้าๆๆ แต่สุดท้ายแอร์ก็เข้าใจแล้วแบกปลามาให้ เย้!! กินเสร็จก็นอน!! จบวันที่ 28 บนเครื่องบิน

*29 ธันวาคม 2006
ตื่นอีกทีก็ราวๆ 7 โมงเวลาเกาหลี (เร็วกว่าไทย 2 ชม.)
ก่อนหน้านี้น้าขู่ว่าเข้าประเทศยากให้จำไฟล์ตสายการบินและโรงแรมที่จะพักให้ได้ด้วยรวมถึงชื่อทัวร์ ก็แบบว่านั่งท่องจำ แต่ตอนเข้าประเทศ ก็ผ่านแบบไม่โดนถามอะไร แต่โดนมองแบบทะลุทะลวงเล็กน้อยเท่าน้นเอง อา พอเข้ามานั่งรอไกด์เรียกในแอร์พอร์ต
ทีแรกอยู่ในแอร์พอร์ตก็ยังไม่รู้สึกรู้สาเท่าไหร่นัก ไม่ได้เตรียมใส่ลองจอนเลย รอไกด์มารับ ไกด์มี 3 คน

- ไกด์ไทย ชื่อ พี่ป๊อก เป็นพี่ชายที่ดูใจดี ที่มีสภาพเหมือนถูกคนในทัวร์รุมกลั่นแกล้งได้โดยง่าย
- ไกด์เกาหลี ชื่อ บ๊อบ (แม่งเกาหลีแต่ดันชื่อฝรั่ง) เป็นไกด์สัปดน ที่พูดอิงลิชเป็นคำๆ แต่เราดันเข้าใจ ชอบเล่าเรื่องลามก แล้วยังมาอวดว่ามันมีภรรยา 4 คนอีก โอ๊ย เป็นคนประเภทไหนเนี่ยยยย ดูจากภายนอกแล้วท่าทางอายุราว 40 กว่าๆ
- เกาหลีอีกคนแต่ บ๊อบบอกว่า คนนี้เค้ามาถ่ายรูปชื่อ คริส
คริส เป็นหนุ่มเกาหลีของแท้ ตาอย่างตี่ แต่หุ่นดี สูงด้วยเรียนอยู่ อักษร จุฬา เอกภาษาไทยด้วย แต่ตอนนี้ดร่อป แล้วก็แทบไม่พูดอะไรเลยแม้ว่าจะพอพูดไทยได้บ้าง หน้าที่หลักคือ คอยคีบหมู ตัดหมู และปิ้งหมู(ได้ข่าวว่ามาถ่ายรูป 555)

ทีแรกก็เห็น บ๊อบกับคริส แต่งตัวกันหนามาก ก็ยังงงๆว่าทำไมคนในแอร์พอร์ตมันนุ่งห่มกันอบอุ่นขนาดนี้แบบ เสื้อกันหนาวที่ใส่จนอ้วน หมวกและผ้าพันคอพอก้าวเท้าออกสัมผัสพื้นด้านนอกเท่านั้นแหล่ะ อุแว๊กกกก
หนาววววววววววววว มว่ากกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
คนไทย รับไม่ได้โว้ย ขาสั่น รูขุมขนหุบ ตาเหลือก
อากาศ มันติดลบ ทีแรกเราก็ไปเช็คอากาศในเว็บไซด์แล้ว แต่มันหาเกาหลีไม่เจอเลยเช็คของญี่ปุ่น ญุ่นปี่ อุณหภูมิ 6 องศา ได้ยินมาว่าเกาหลีหนาวกว่า เลยเดาว่าคงซัก 2-3 องศา แต่ พอมาถึงมัน มัน มัน...ติดลบ 11 องศา (-11 C) จะฆ่าตูหรือไรโคเรี่ยนนน!! ไกด์พยายาม เรียกทุกคนให้วิ่งเข้าไป รมฮีทเตอร์ในรถทัวร์ ขึ้นแล้วพอทำใจได้หน่อย แล้วก็เริ่มขุดเอาชุดกันหนาวไม้ตายออกมา อย่างหนา ใส่เข้าไปจนอ้วนกลม เพราะงั้น รูปที่ถ่ายมาแต่ละรูปนี่แบบว่าใส่เสื้อหนาจนกลมไปหมดทั้งตัว 5555

ที่แรกที่โดนพาไปกินเลยคือ บะหมี่(จืด) ตอนดูน่ากินมากแต่พอเข้าปากแล้วมันช่างจืด อย่างไม่รู้จะมีรสชาติอะไรอีกแล้ว จนคิดว่าเอาน้ำร้อนใสละลายน้ำซุปอีกทีเหรอไง
เออแล้ว ตะเกียบกับ จาน เกาหลีร้านที่ไปมาแต่ละร้านนี่หน้าตาละม้ายคล้ายกันหมดเลย ตะเกียบจะแบนๆสีเงิน แล้วก็จานข้าวจะเป็นชามเล็กๆมีฝา สีเงินล้วน อัดข้าวจนเต็ม แล้วกิมจิก็เผ็ด เออ ก็รู้สึกอร่อยอยู่นะ แต่ก็ยังไม่ค่อยชอบกิมจิอยู่ดี

สถานที่แรกที่ไป จำชื่อไม่ได้ รู้แต่มันเป็นสถานที่ถ่าย แดจังกึม



มาถึงที่นี่ก็ยังแบบว่าหนาวจัด มันเป็นที่แรกเลยแบบว่าไม่ชินมากๆ รู้สึกยังกับจะเดินต่อไปไม่ไหว ต้องหยุดพักรมฮีทเตอร์ทุกๆ 5 นาที แต่พอผ่านไปซัก 10 นาที จิตวิญญาณอันแข็งกล้า (แข็งไปแล้วเพราะหนาว) ก็เริ่มทำใจได้ แล้วก็กล้าๆเดินไปเลย

ด้านหน้าของที่นี่มีรอยมือของนักแสดงที่เล่นในเรื่องแดจังกึม ทั้งแดจังกึม สามีแดจังกึม กษัตริย์และอื่นๆอีกมากมาย แล้วยังมีรูปถ่าย ขาว-ดำ ของแดจังกึม และอื่นๆ แดจังกึม แดจังกึม จนแบบว่านึกสงสัยว่า แดจังกึมคือหนังประจำชาติหรือไร!!

เข้าไปแล้วก็สวยแบบโบราณดี แต่ไม่ค่อยอิน เพราะไม่ได้ดู แดกจังมึง!! (แดจังกึม)
รูปวิวก็จะแบบมีทั้งส่วนที่เหมือนห้องอาหาร ห้องยา คุก หมู่บ้าน ป่า เล้าไก่ อะไรไม่รู้ ไม่ได้ดูเลยไม่รู้เรื่อง ก็ชิวเดินๆถ่ายรูปไปเรื่อยๆ เดินไปจนถึงที่นึงเป็นร้านน้ำชาในสถานที่นั่นแหล่ะมีอยู่ร้านเดียว อารมณ์ว่าขายชา แต่มีตัวอย่างกินฟรี แล้วยังมีฮีทเตอร์หน้าร้าน ทุกคนต้องรุมล้อม ชามันอร่อยสวรรค์จริงๆ รู้สึกจะเป็นชาผสมโสม มันสวรรค์มาก เพราะอากาศหนาวสุดขีดแล้วได้ดื่มชานี่ จะเด็กหรือแก่ก็วิ่งเข้ามาทั้งนั้น ตอนนั้นพื้นมีน้ำแข็งเกาะเป็นบางที ต้นไม้มีจุดนึงที่แบบเป็น เหมือนน้ำแข็งคลุมทั้งกิ่งไม้ (เหมือนใน fwd mail ที่เป็น frozen cherry เลยถ้าใครเคยเห็น แต่เนื่องจากมีแต่สีน้ำตาลของกิ่งไม้เลยไม่ค่อยสวยเท่าไหร่) ตอนขาออกจากที่นี่น้าเราก็แวะซื้อพวกไก่ปิ้งซอส อร่อยสุดๆ แต่งแพงสุดยอด มีแค่ 6 ชิ้นเสียบไม้ล่อไป 80 บาท จำราคาวอนไมได้
(อัตราที่เราแลกจะประมาณ 1000 วอน = 40 บาท)

เกาะนามิ สถานที่ถ่ายทำ ซีรีย์ winter love song

ก่อนจะได้ไปเกาะนี้เราแวะกินกันก่อน เป็นร้านที่มีกระทะใหญ่ๆ ไว้ผัดเนื้อไก่กับซอส แล้วกินกับผักสดห่อ (แหนมเนืองเกาหลีหรือไงวะ) ไม่รู้จักชื่อมัน แต่เดาว่าน่าจะเป็นอันที่เจ้าชายในเรื่อง goong เค้าห้ามกินกันเพราะมันดูไม่งาม

แล้วก่อนจะไปที่เกาะนามิ ก็ต้องนั่งเรือ แต่นั่งเรือเหมือนเรือข้ามฟากนั่งแบบแค่ 5-10 นาทีก็ถึง พอถึงแล้วก็แบบจะมี รูปปั้นหนังสือใหญ่ๆให้ถ่ายรูปชื่อสถานที่ เราก็ถ่ายมา(ดูรูป)
ที่นี่จะแบบหนาวมากๆเหมือนกันเพราะมีลมพัดด้วย จะมีแบบ กองฟืนไฟ อยู่เป็นระยะๆ แบบ คนจะช่วยโยนสิ่งของลงไปเผาด้วย คนญี่ปุ่นกับคนไทยมาเที่ยวเยอะมาก ไปไหนก็เจอแต่คนไทย ยังกับว่า นี่เที่ยวเมืองไทยอยู่เหรอเนี่ย

เดินๆแล้วก็มีแต่ต้นไม้ที่ใบร่วงหมดแล้ว รู้สึกมาผิดฤดู จริงๆมันก็ดูเปลี่ยวเดียวดายดี แต่อยากเห็นตอนใบไม้ผลิชะมัดแบบหลายๆสีอ่ะ
ระหว่างที่เดิน ก็เจอแบบนิทรรศการประกวดภาพถ่ายสวนนี้ด้วย แบบเป็นภาพตอน ใบไม้ผลิสวยมากๆ มีรางวัลพิเศษภาพนึง เป็น พ่อแม่ลูกที่แบบ ลูกอยู่ตรงกลางแล้วพ่อแม่หอมแก้มทั้ง 2 ด้าน ถ่ายแบบเป็นเซ็ท ตั้งแต่ปี 2003 2004 2005 2006 แล้วเค้าจะโพสท่าเดิม ตำแหน่งคล้ายๆเดิม ขนาดภาพเท่าเดิม แต่แบบมี ปี ติดอยู่ข้างล่างแล้วลูกเค้าก็โตขึ้น น่ารักมากเลย อันนี้ได้รางวัลพิเศษ

เดินๆซักพักก็เจอ ตรงที่เป็นน้ำพุ น้ำพุยังไหลอยู่แต่ก็มีน้ำแข็งเกาะที่ๆไหลลงมาด้วย ยังกับหินย้อยน้ำแข็งในถ้ำ แล้วก็เห็นพวกน้ำเต้าห้อยเยอะมากเลย แต่ไม่รู้ว่ามันใช้ทำอะไร เออ ตอนที่อยู่แถวน้ำพุคริส (ไกด์ที่ถ่ายรูป) ก็บอกว่าตรงนี้เป็นสถานที่ที่พระเอกนางเอกใน winter love song จูบกันครั้งแรก เออ จ๊ะ ไม่เคยดูอีกแล้ว TwT
พอเดินจนสุดก็เป็นทะเลสาป มันมีทางไปต่อ แต่ไกด์บอกว่า ถ้าสุดถึงนี่แล้วให้เดินกลับทางเดิมเพราะจะเดินใกล้กว่า ตอนนั้นเลือกทางใกล้เพราะมันหนาวแบบเดินไม่ไหว นิ้วเท้าเราแข็งแล้วก็แบบว่า ขาสั่นพั่บๆ แต่ระหว่างทางเดินกลับก็ได้ยินเสียง อ๊าๆ มาจากไกลๆ พอหันไปมอง มีคู่ ญ-ช กำลังเล่นเหวี่ยงๆกันอยู่ ยังไงดี จับมือทั้ง 2 ข้างแล้วหมุนเป็นวงกลมอ่ะ แล้วผู้หญิงก็ร้อง กรี๊ดๆ น่ารัก ดีเลยแอบถ่ายรูปมา โฮ่ๆ

คำเตือน เที่ยวสวนนี้ ต้องมาเป็นคู่นะจ๊ะ

หมู่บ้านใต้น้ำ CHEONGPONG UNDERWATER VILLAGE

นั่งรถมาเรื่อยๆก็ถึงที่นี่ ไกด์บอกว่า ตอนจะสร้างเขื่อนแล้วหมูบ้านนี้จมลงไปทั้งหมู่บ้าน เลยมีการสร้างจำลองขึ้นมา แล้วก็มีการงมพวกวัสดุของใช้บางส่วนขึ้นมาวางไว้ในหมู่บ้านจำลองนี้ด้วย
แต่ว่าตอนมาถึงที่นี่อากาศหนาวแบบว่า หนาวกว่าตอนไหนๆทั้งหมดของวัน คนในทัวร์พอลงเดินวนอย่างด่วนแล้วก็หนีขึ้นรถทันที เหลือเราที่แบบจิตใจด้านชา ใจกล้าหน้าสู้ เดินถ่ายรูป จริงๆเราว่าที่นี่สวยดี โดนทักด้วยว่า หนาวขนาดนี้ยังถ่ายรูปไหวอีกเหรอ
เออ...ขาสั่น นิ้วแข็งไปแล้ว แต่อดทนอยู่ สุดท้ายเลยแบบเดินอยู่กับคนในทัวร์อีก 2 คน เป็น 3 คนที่ใจกล้าเดินในหมู่บ้านใต้น้ำนี้

เย็นวันนั้นกินอารมณ์หม้อชาบูแล้วก็ แวะเข้าร้านขายของซื้อน้ำ พอเข้าที่พักเป็นที่นอนแบบเกาหลี (ฟูกๆ) แล้วแบบ ฮีทเตอร์ มันจะร้อนขึ้นมาจากพื้น แต่จะบอกว่ามันร้อนเกินไปโว้ยยย ที่นี่ไม่มีความพอดี =[]=+ ร้อนจนแบบว่า เราถีบผ้าห่มออกแล้วใส่เสื้อยืดบางกับ กางเกงบางตัวเดียว จริงๆไม่ใส่เลยคงยังรู้สึกร้อนอยู่ดี แล้วแบบฟูกบาง เหมือนโดนนึ่งจากใต้ฟูก อา---อา--- กลายเป็นนอนไม่ค่อยหลับเพราะร้อนจัด

* 30 ธันวาคม 2006

วันนี้ตื่นมาแบบ เหงื่อแตก หลังจากโดนนึ่งทั้งคืน แต่พอออกมาเจอสภาพความเป็นจริงก็แบบ หนาวสัตว์สุนัข!! ไกด์บอกว่า วันนี้จะหนาวกว่าเมื่อวานนะตัวเอง ขึ้นรถแล้วแบบ เราเพิ่งเคยเห็นสภาพเกล็ดหิมะ ที่แตกออกเป็นรูปดาวที่เคยเห็นแต่ในรูปภาพของจริงก็งวดนี้ เกล็ดพวกนี้เกาะอยู่บนกระจกรถทัวร์ ขนาดเล็กประมาณ เล็บนิ้วก้อย หรือแค่ครึ่งเดียว
แต่จริงๆวันนี้เราใส่มาหลายชั้นมาก ชั้นบนนี่ทั้งลองจอนเสื้อทับด้วยเสื้อแขนยาวอีก 2 ชั้น เสื้อหนาวระดับกลางลายม้าลาย 1 ชั้น เสื้อหนาวไม้ตายสีม่วงอีก 1 ชั้นส่วนชั้นล่างจะเป็น ลองจอนกางเกง 2 ชั้น ทับด้วยกางเกงผ้าหนาขายาว สวมถุงเท้ายาวและรองเท้าผ้าใบ
ขนาดใส่ขนาดนี้ ยังแบบว่า เจอลมทีเดียว ขาสั่น พั่บๆ

ล่องเรือดูหิน CHUNHJU LAKE CRUISE กับลานสกี YANGJI PINE SKI RESORT

2 ที่แรกด้านบนนี่ ค่อนข้างฟิน
(ฟินในที่นี้แปลว่าห่วย หรืองี่เง่า ถ้าใช้กับคนอาจจะหมายถึงทำตัวห่วย หรือทำตัวประหนึ่งงานเสร็จแล้วทั้งที่ยังไม่เสร็จ)
อารมณ์ว่าที่แรกให้ไปล่องเรือดูหิน แล้วไกด์ในเรือ คนที่อยู่ประจำเรือก็พยายามหลอกล่อให้จินตนาการว่า หินนั่นเป็นรูป เต่ามั่ง คนมั่ง ปลาโลมามั่ง (จินตนาการไม่พอ เลยมองไม่ค่อยออก) แล้วแถวนี้ก็จะมีภูเขาหยกด้วยแต่ทางการเกาหลีเค้าห้ามขุดเจาะเพราะต้องการอนุรักษ์ไว้ แต่มองไกลๆก็เห็นแค่ภูเขาที่มีหินเขียวๆแซม แต่ว่าตรงแม่น้ำที่หลอกมาดูหินนี่แบบว่า หนาวนรกโว้ยยย หนาวที่สุดในที่เที่ยวทั้งหมดแล้ว แบบว่า ตอนที่ใจกล้าสู้เสือ ออกไปยืนกาบเรือที่เป็นอากาศด้านนอก จะมีมนุดใจกล้าไม่เกิน 10 คนจาก 50 กว่าคนที่ออกไปแล้วเต้นแร้งเต้นกาด้วยความหนาว เพื่อถ่ายรูป แล้ววิ่งหนีเข้ามาในเรือ ที่เปิดฮีทเตอร์เราออกไปนานเหมือนกัน เพราะหลังจากทำใจแล้ว ก็ด้านชา แต่แบบว่า พอน้ำกระทบเรือ มันจะกลายเป็นผงขาวๆ มันแข็งทันที กลายเป็นฝอย แล้วพื้นที่ด้านนอกก็เลยมีผงสีขาวปลิวว่อนไปหมด พอเริ่มหนาวรับไม่ได้แล้วก็หนีเข้ามาในเรือ ถูกหลอกให้ดูหินต่อไป วนจนครบรอบแล้วให้ลง

มีถ่ายภาพกระจกรถที่ขึ้นไอฝ้า ตลอดเวลาด้วย ต้องคอยถูเรื่อยๆไม่งั้นจะไม่เห็นวิวด้านนอกแล้วไกด์ก็ตกลงว่าจะไปลานสกีแต่ไม่มีใครในทัวร์เล่นเลยเพราะกลัวหนาวกันหมด สรุปเลยไปลานสกีแค่ 30 นาที อารมณ์ว่าไปดูเค้าเล่น ไม่ได้เล่นซักคน
จริงๆพอเห็นแล้วโคตรอยากเล่นเลย แต่ตกลงกันไปแล้วว่าไม่มีใครเล่น แล้วค่าเช่าอุปกรณ์ยังล่อไปเป็นพันๆบาท อีก ไม่มีตังโว้ย เลยได้แต่ชิวถ่ายรูป ทีแรกเดินเข้าไปในที่ๆเค้าให้เฉพาะคนใส่รองเท้าสกียืนด้วย เลยโดนอารมณ์ยามๆ ไล่ออกมาด้วยความปราณี แล้วก็ทางออกมันจะมีปืนฉีดลมที่รุนแรงมาก เอาไว้ฉีดไล่หิมะที่เกาะรองเท้า สนุกมากเลยตอนกดฉีดๆแล้วหิมะกระเด็นออกจากรองเท้าเนี่ย แล้วก็ยืนรอรถวนมารับ แบบว่าจะเห็นพวกเด็กเล่นสไลด์ถาด มันจะแยกไว้เป็นที่เล่นสำหรับเด็ก ที่เนินจะไม่สูงมากไว้ด้วย น่าแย่งเด็กเล่นที่สุด ก๊ากๆๆ

สวนสนุก EVERLAND

ที่นี่แบบว่าพอมาถึงไกด์ก็ซื้อตั๋วที่เล่นเครื่องเล่นได้ 5 ชนิดให้ แล้วด้วยความที่พลาดจากสกีก็เลยมาเล่นอะไรที่คล้ายๆสกีที่นี่ ดูจากรูปจะเห็นเป็นเหมือนรางลากเลื่อน ทีแรกไปต่อแถว โดนอันที่เป็นถาดแล้วแบบว่ามีแต่เด็กเล่น (ก็เพราะมันเป็นอันที่มีแต่เด็กเล่นจริงๆ) พอต่อแถวแล้วเกิดความรู้สึกว่า "ก๊กอีแก่นี่ใคร" แต่พอแย่งเด็กเล่นแล้ว ก็ไปต่อแถวอันที่เป็น สไลด์สีแดงๆแบบในรูป ต้องขึ้นกระเช้าขึ้นเขาไปก่อน แล้วจะไถลลงมายาวนาน ซึ่งมันส์กว่าตอนแย่งเด็กเล่นหลายเท่า เพราะอันนี้เป็นเครื่องเล่นผู้ใหญ่แล้ว แบบส่วนสูงไม่ถึงห้ามเล่น เออ เกือบไม่ได้เล่นเพราะส่วนสูง 555 ตอนนั่งต้องเอาขากางออกมาต้านหิมะแบบท่านั่งในรูปเลย แล้วรางลากเลื่อนของเรา สไลด์ได้ สโลวโมชั่นมาก ไม่เร้าใจเลย พยายามยกเท้าที่ต้านหิมะออกด้วย พอยกก็เร็วมาก เอาลงก็ช้า หาความพอดีไม่ได้อีกแล้ววว

พอเสร็จจากตรงนี้ก็เข้าส่วนของ ซาฟารี ที่เป็นสวนสัตว์ที่เราจะอยู่ในรถแล้วสัตว์จะอยู่ข้างนอก รถแบบว่าลายเสือคิกขุสุดใจขาดดิ้น บ๊อบบอกว่า เกาหลีผสมพันธุ์ เสือกับสิงโตสำเร็จ แล้วตั้งชื่อว่า "ไลก้า" แต่พอเข้าไปแล้วก็แยกไม่ออกว่าตัวไหนมันไลก้าวะ ก็เลยออกมาแบบโง่ๆได้ดู สิงโต เสือ หมี ยีราฟ อะไรแบบเนี่ย ต่อแถวตั้งนาน ออกมาเจอดักทางด้วยสินค้านานาชนิด เราก็ถูกล่อด้วยหมวกหมา ไปอ่า เหมือนไซบีเรี่ยนฮัสกี้เรย น่ารัก ราคา 15000 วอน แพง!! แต่สถาณการณ์มันพาไป แฮ่กๆๆ

พอออกจากซาฟารีก็ใกล้ถึงเวลาที่ไกด์นัดให้ไปเจอกันที่ทางออกแล้ว แต่น้อง ant ลูกชายของเพื่อนน้า อยากเร้าใจด้วยรถไฟตีลังกามาก เราก็อยากเล่นเลยแยกไปกะน้องเค้าแค่ 2 คน อนิจจาตูแก่กว่าแต่พึ่งไม่ได้ ต้องให้น้อง ant ซึ่งเป็นเด็ก นร. inter อยู่ ม.2 แต่สูงกว่าตูถามทางและนำทางไป พอไปถึงรถไฟก็ถึงเวลานัดแล้ว แบบว่าต้องตัดใจไม่เล่น กลัวโดนด่า แต่บังเอิญเจอพี่ก้อยในทัวร์เค้าบอกว่า เด๋วบอกให้ว่ารอเข้าส้วมอยู่ แล้วรถไฟมันขึ้นแล้วได้เล่นเลยด้วย ก็เลยขึ้น!!

รถไฟตีลังกาเล่นเร็วมาก รู้สึกว่าราวๆ 2-3 นาทีก็หมด เราก็กรี๊ดไปตามเรื่องตามราว แต่ตอนเล่นนี้ น้ำมูกน้ำตาไหล ไม่ใช่กลัว แต่แบบว่ามันหนาวมาก แล้วพอพุ่งไปกะความเร็วของรถไฟนี่ เจอลมหนาวกระแทกหน้า แล้วพอตรงทางโค้งของรถไฟ ก็แบบ มีแสงแฟลชวูบวาบ ไอ้เราก็นึกว่าอะไร มันเป็นกล้องถ่ายตอนพวกเรากำลังแหกปากอุบาดตอนที่รถไฟกำลังโฉบเฉี่ยวอย่างไว แต่ก็ไม่มีเวลาไปดูรูปแล้ว ต้องรีบไปที่ๆไกด์นัด เออ ใส่แว่นไว้ในกระเป๋ากางเกงเลนส์หลุดออกมาเลย แต่ว่ายัดเข้าไปใหม่ได้

ทุกวันเราจะเปลี่ยน โรงแรมแล้ว โรงแรมก็จะดีขึ้นเรื่อยๆด้วย งวดนี้เป็นห้องเตียง แล้วพอดีว่าได้ห้องริมสุด ห้องกว้างกว่าห้องอื่นมากๆ สบายสุดๆในห้องมีครัวด้วยอ่ะ

แถวโรมแรมนี้พอเป็นที่เดินเล่นได้หน่อย จริงๆมันเป็นแบบ ผับ บาร์ ดิสโก้เลยแหล่ะ เพราะงั้นเลยเจอวัยรุ่นเดิน แต่ก็ไม่ค่อยชุกชุมอย่างที่คิด อารมณ์เจอเรื่อยๆมากกว่า
ไกด์บ๊อบ มันบอกว่า สวยๆอย่าเดิน เพราะผู้ชายแถวนี้หล่อ แต่ว่าตั้งแต่เดินเจอแต่ผู้ชายตาเป็นขีด มีดีแค่หุ่นเท่านั้น ก๊ากๆๆๆ ผู้ชายเกาหลีตาเป็นขีด T__T
จริงๆผู้หญิงเกาหลีใส่แว่นเยอะมากเลย แล้วแบบข้อสังเกตที่เห็นชัดมาก คือถ้าเด็กก็จะแบบ เฉิ่มใส่แว่นเลยไม่ค่อยแต่งตัว แต่พอโตหน่อยก็จะสลัดแว่นทิ้ง ทาตาสีดำหนามากๆ
คือว่า เมื่ออยู่ในดินแดนเกาหลีอย่างเรากลายเป็นคนตาโตเลยอ่ะ ตอนเดินนี่จะโดนสาวเกาหลีจ้องบ่อยมาก พวกเค้าต้องนึกว่าตูผ่าตามาแล้วแน่เลย ของแท้เฟร้ย!! แล้วแถวโรงแรม. คืนนี้มีร้านหนังสือด้วยเลยเข้าไปดู โซนการ์ตูนก็แบบ เรื่องที่รู้จักทั้งนั้นเพราะ ญี่ปุ่นก็กินแผงพอกัน แต่ที่นี่สินค้าพรีเมี่ยมหรือ limit เค้าก็ทำออกมาด้วย ทีแรกอยากจะซื้อ Deathnote เกาหลีมาครองซักเล่ม แต่ดันไปเจอ ไอ้เล่มปกดำ DS doll เข้า แล้วก็แบบว่า หนังสือเกาหลีนี่น่า เลยซื้อเล่มนี้แทน แพงเหมือนกัน กัดฟันซื้อ มันเป็นเหมือนรวมภาพ DS doll ตุ๊กตามีการจัดฉากให้เหมาะกับเสื้อผ้าสวยงาม ทีแรกก็เสียดายตังนิดๆเพราะเว็บที่เราเข้าประจำมันสวยกว่า แต่ดูๆไปมันก็สวยดี (คือไม่มีไม่เล่มตัวอย่างเลยต้องซื้อเลย)

คืนนี้เรานอนดึกมากอ่ะ อยู่ดีๆก็ ติสแตก กลางดึกแล้วนั่งวาดรูปไร้สาระไม่หยุดเลย แล้วเราชอบมากเลยเวลาได้ยินเสียงคนโหวกแหวกมาทางหน้าต่าง (อย่างที่บอกว่าห้องอยู่ริมสุด) แบบได้ยินเสียงคนตีกัน แล้วก็เสียงเหมือนรถเบรก แล้วยังมีเสียงด่าตามด้วย หรือเสียงผู้หญิงกับผู้ชาย พอหมดแรงติส ก็นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างนานมาก ข้างล่างเป็นทางออกของร้านเหล้าแน่ๆ ชอบมีกลุ่มผู้ชายหลายๆคนเดินออกมา เออ ด้วยความซาดิสส่วนตัวเราอยากเห็นคนตีกันมาก แต่ก็ไม่เห็นอ่ะ 555

* 31 ธันวาคม 2006

เช้านี้ตื่นมาแบบมึนๆเพราะนอนน้อย เมื่อคืนนั่งลุ้นให้คนตีกันนานไปหน่อย ห้าๆๆๆ
แล้วอาหารเช้า โรงแรมนี้ รสชาติห่วยมาก จะบอกว่าห่วยที่สุดในทัวร์รอบนี้ แต่ก็ช่างมัน กินได้เหมือนกัน วันนี้อากาศอุ่นขึ้นมาก แล้วเราก็ไปกำแพงอะไรซักอย่างกัน

กำแพงลืมชื่อ (เค้าบอกว่าแดจังกึมก็มาถ่ายอีกแล้ว ทำไมอะไรก็ต้องแดจังกึม)

กำแพงแม่งไม่มีอะไรเลย โดนหลอกให้มาเดินเล่น
ต่อจากนั้นเค้าจะพาไปช๊อปปิ้งทีไหนไม่รู้ น่าจะ ทงแดมุนมาร์เก็ต(Tongdaemun) อารมณ์ตั้งร้านยังกับ มาบุญครองบ้านเรา แล้วก็ราคาถูกพอๆกับไทยเลย แต่แบบให้เวลาช๊อปน้อยมาก ไม่ทันได้ซื้ออะไร แต่เรายังอุตส่าห์ได้บูธข้างในบุขนมาด้วยนะเค่อะ 400 บาทเท่านั้น ใส่แล้วอุ่นส้นเท้าอย่างแรง
แล้วก็ไปแวะที่ BLUE HOUSE บ้านประธานาธิบดีต่อ ในรูปสุดท้ายที่มีนกนั่นแหล่ะเป็นจุดเดียวที่เค้าให้ถ่ายรูป เพราะแถวนั้นจะถูกห้ามถ่ายรูป แล้วจะมีตำรวจเยอะ ตอนที่รถทัวร์เข้าไป ตำรวจขอขึ้นมาดูในรถด้วย แค่แป๊ปเดียวแล้วก็ลงไป แต่ที่นี่ ฟินที่สุดแล้ว ไม่มีอะไร ทำไมต้องถ่ายนกหิน ไม่เข้าใจ =[]= แต่ถ่ายให้รู้สึกว่ามาเฉยๆ แล้วแบบว่านกกับพวกรูปปั้นอื่นมันเป็นสัญลักษณ์อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าก็ไม่รู้

พิพิธภัณฑ์และพระราชวัง KYONGBOK palace & FOLK MUSEUM

จริงๆมันอยู่ในสถาณที่เดียวกันแต่จะอารมณ์ เดินไปทางซ้ายจะเจอพิพิธภัณฑ์ แล้วเดินไปอีกหน่อยจะเจอพระราชวังอะไรงี้
ก่อนเข้า บ๊อบก็ชี้โบ้ชี้เบ้ให้ดูแบบ สมุรไพร กับเครื่องแต่งกายโบราณ พอมาถึงที่นี่บ๊อบแม่งก็รักชาติกระทันหัน นั่งพล่ามสาเหตุว่าทำไมคนเกาหลีไม่ชอบคนยุ่น แล้วก็บอกให้คนในทัวร์ไปลูบจมูกรูปปั้นหินอะไรไม่รู้ที่อยู่ด้านหน้า อารมณ์ว่าถ้าลูบแล้วจะได้ตั้งท้อง
แล้วมันจะมีคู่ชายหญิงที่เป็นเพื่อนกันมาเที่ยว (แต่วิกฟันธงว่ากำลังดูใจกัน ก๊ากๆๆ) อารมณ์ว่า บ๊อบมันก็จะลากพี่ผู้หญิงไปลูบหินเพราะนึกว่าแต่งงานแล้ว พี่ผู้หญิงเค้าก็หนีๆ โอย อุบาด
มาเข้าพิพิธภัณฑ์กันดีกว่า ก็แบบ มีพวกเครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องแต่งกายแบบโบราณ แล้วก็มีห้องนึงแบบเป็นเหมือนรถลาก มงกุฎ ตัวหนังสือ อะไรแบบนี้ด้วยอ่ะ แล้วก็มีนิทรรศการสำหรับปีหมู ทั้งห้องจะแบบมีแต่หมู อะไรไม่รู้ หมูเยอะแยะ พอเสร็จจากตรงนี้ คนในทัวร์แบบกลับมาที่นัดกันเลท บ๊อบแอบอารมณ์เสียเลยตัดที่เที่ยวช๊อปปิ้งออกไป 1 ที่ เพราะเวลาไม่ทัน แล้วไปเข้าพระราชวังเคียงบ่อก กันต่อพระราชวังค่อนข้างเป็นแนวเรียบง่ายแล้วส่วนมากก็โดนญี่ปุ่นเผาทำลาย ที่เห็นอยู่ส่วนมากจะถูกบูรณะทีหลัง แต่จะมีอยู่หลังนึงที่เป็นอาคารเก่าเป็นร้อยปีอะไรเนี่ยแหล่ะ ในรูปที่ 4 มันเป็นภาพที่อยู่ด้านหลังของแบงค์หมื่นวอนด้วย ที่ตรงนั้นแบบว่าน้ำกลายเป็นน้ำแข็งอ่อนๆ แบบผิวน้ำแข็งแต่ดูแล้วถ้าลงไปเดินต้องแตกแน่ๆ แล้วตอนนั้นเอง บ๊อบที่ชอบเข้าไปแหย่แต่สาวสวยเท่านั้น(ก๊าก) ก็อยู่ๆมาติดใจน้อง ant (เด็กชาย ลูกเพื่อนน้า ที่เดินกับเราแทบตลอด) เพราะน้อง ant เป็นคนที่สื่อสารรู้เรื่องที่สุดแล้ว บ๊อบแม่งก็คุยกับน้อง ant อย่างเมามัน แล้วก็บ่นๆอะไรของมันไร้สาระ ตอนที่บ๊อบพูด คนในทัวร์คนอื่นฟังไม่ค่อยออก แล้วก็จะมาขอให้เราต้องมาพูดแปลให้ฟังอีกที จริงๆแล้วแบบ เราไมได้เก่งอังกฤษนะ แต่บ๊อบมันพูดอิงลิชเป็นคำๆ ที่แบบไม่มีรูปประโยคแล้วคนอื่นเลยไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่เนื่องจาก ดิฉันมีเซนส์ในการมั่วสูงส่ง เลยเข้าใจมัน (แต่ไม่เท่าน้อง ant ที่บ๊อบติดใจ ก๊ากๆๆ) ขนาดว่าน้อง ant ทำหมวกตกไปตรงแม่น้ำที่เราบอกว่าแข็งแต่ผิวบนนั่น บ๊อบยังไปเขี่ยเอาหมวกกลับคืนมาให้เลย

จริงมันจะมีช่วงที่ ไปดูโสม แต่แบบเราไม่สนใจเลยเลยจำไม่ได้ว่าดูโสมตอนไหน

ตอนไปดูโสมก็แบบเจอโสมหน้าตาเหมือนมนุษย์มาก น่ากลัวโคตรๆ แอบคิดว่าจริงๆแล้วโสมคือ แมนดราโกล่า ในการ์ตูนหลายเรื่องที่เค้าพูดถึงกัน เราว่ามันมีความเป็นไปได้นะ เพราะมันก็รักษาสารพัดโรคเหลือเกิน เออ แล้วก็แบบที่ขายโสมนี่มีคนขายที่พูดไทยได้ แบบว่าพูดเก่งมาก พูดจ้อไม่หยุด พูดติดกันเกือบครึ่ง ชม. แล้วก็เอาตัวอย่างโสมผสมน้ำผึ้งมาให้กิน รสชาติแบบคนชอบโสมเท่านั้นถึงจะพึงพอใจ (รสแบบว่า จุดๆมาก) แล้วคนในทัวร์เราก็จากไปแบบไม่มีใครซื้อ ก๊ากๆๆๆ คนขายคงเซ็งอุตส่าห์พูดจนปากแห้ง

คืนวันนั้นก็เป็นวันที่ 31 ธันวาคม COUNTDOWNat City Hall!!
ทีแรกตอนที่ไกด์ถามว่าใครจะไป countdown มั่ง (ไกด์ทำท่าไม่อยากพาไปเพราะวุ่นวาย) ก็แบบแทบไม่มีคนยกมือไปเลย แต่ตอนนั้นเราแบบอยากไปมาก แต่ก๊กเราไม่มีใครไปเลย ก็แบบ เสียใจกลัวว่าจะไม่ได้ดู countdown แล้ว แต่สุดท้ายก็บอกน้าไปว่าจะออกไปคนเดียวไปกับครอบครัวอื่น แต่ว่าก่อนจะออกไป countdown เราเข้าที่พักกันก่อน
ที่พักที่นี่หรูขึ้นอีก แต่แบบสภาพเหมือนห้องสวีท มีเตียงคู่ 1 เตียงเดี่ยว 1มีอ่างจากุซซี่แบบที่นั่งเป็นคู่ ประตูห้องน้ำเป็นกระจกใสแบบซีทรู โอ้ววว อ๊าคคค แล้วก็ ทีวีจอแบนใหญ่ๆ สามารถปรับเป็นจอคอมได้ด้วย มีคีย์บอร์ดมาให้ แต่ทั้งหมดนั้นเราไม่ได้เล่น เพราะเราออกไป countdown!!

ไกด์ไทย พี่ป๊อก จะนัดที่ ลอบบี้โรงแรม บ๊อบกับคริสที่เป็นคนเกาหลีไม่มา พอมากันครบแล้วก็เดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน คือพี่ป๊อกปกติจะแค่แปลและบอกโปรแกรมทัวร์เท่านั้นมีความรู้เกี่ยวกับสถานที่เที่ยวและอาหารการกินพอประมาณ เพราะงั้นเรื่องเดินทางเค้าก็เลยต้องมั่วเองเหมือนกัน แล้วเค้าก็พาเราไปหลงทางในเกาหลี เฮ!! ตอนนั้นเดินไปกะครอบครัวพี่ก้อยพี่เจ แล้วก็พี่ ญ-ช 2 คนที่มาเที่ยวด้วยกันแล้วก็ พ่อ-ลูก คู่นึง (จำได้แค่ลูกอยู่คณะ วิทยาศาสตร์ ลาดกระบัง 555)

พอขึ้นสถานีรถไฟมา บ๊อบบอกไว้ว่า ขึ้นสถานีนี้แล้วจะเจอขบวนพาเหรดมากมาย แต่พอขึ้นมาปรากฎว่า เงียบมากแถวนั้น พาเหรดอยู่ไหน?

ทีนี้พี่ป๊อก ก็เลยพยายามทำหน้าที่ไกด์ไปถามทาง แต่สุดท้าย ก็มีเราพี่ก้อยและคุณพ่อ ที่ไปทักวัยรุ่นคู่นึงว่า city hall ไปทางไหน ด้วยความที่พี่ก้อยกับ คุณพ่อ พูดอิงลิชชัดเกินไป(หมายถึงพูดสำเนียงอังกฤษ) คนเกาหลีฟังไม่รู้เรื่องเราเลยไปพูดแบบ สำเนียงไทยทีละคำให้ แบบ "แคน - วี -โก - ทู - ซิตี้ฮอล -บาย -วอล์ค!!" แม่งพูดมั่วแต่เค้าก็ทำหน้ากระจ่างใสอารมณ์ว่า กูเข้าใจพวกมึงแล้ว แล้วเค้าก็บอกว่าเดินไกลนะ 30 นาที ทุกคนก็อึ้งไป เหมือนว่าจริงๆแล้วต้องเปลี่ยนเส้นทางรถไฟก่อน ถึงจะใกล้ แต่สุดท้ายเค้าก็ชี้ๆว่าเดินไปทางนั้น แล้วก็เลยเดินไปทางนั้น ซึ่งยังไม่รู้จุดหมายว่าจะได้ไปถึง city hall หรือเปล่า

พอถึงตอนที่เดินมั่ว บางคนก็จะบ่นว่าจะกลับตลอดเวลา เออ เราแอบรำคาญเพราะจริงๆตอนนั้นเราไม่รู้สึกกลัวเลยที่หลงทางอยู่ สงสัยคนเยอะ 555 เราคิดว่าเดี๋ยวก็กลับได้เองก็เข้าใจว่ามันหนาวแล้วก็เมื่อยนะ แต่เราคิดว่าถ้าไม่หลงนี่จะไม่เห็นอะไรแบบนี้เลย แบบ ตั้งแต่มาเพิ่งได้เห็นสภาพเมืองก็คืนนี้แหล่ะ ทั้งคนเดินถนน คนนั่งกินข้างทาง หรือแสงสีจากตึกไรเงี้ย แล้วตอนที่เดินๆตามหา city hall กันก็จะเป็นสภาพเดินตามแสงสี อารมณ์ว่า ตรงไหนมีไฟเยอะๆจะเดินไปทางนั้น ทางไหนที่คนจำนวนมากมุ่งไปก็เดินตามไปพอเดินไปซักพัก พี่ป๊อก ชี้ว่า หอคอยสูงๆนั่นอาจจะเป็น city hall แต่แบบว่ามันไกลมากจนบางคนบ่นอีกแล้วว่ากลับเหอะ ตอนนั้นเราก็แบบ อย่ากลับ T[]T จริงๆมีน้องคนเล็กของครอบครัวที่ชอบบ่น คิดเหมือนเราแล้วก็พี่ที่มาช-ญ กับพ่อ-ลูก ที่ไม่อยากกลับเหมือนกัน เราก็แบบปลุกใจพี่ป๊อกว่า นี่ถ้าเดินแบบไม่คิดอะไรก็ไม่เหนื่อยหรอก ถ้าคิดแต่ว่าไกลก็เหนื่อยดิ่หลงทางก็สนุกดี เออแล้วพี่ป๊อกก็เกิดทำตามีความหวังขึ้นมา เค้าคงรู้สึกผิดที่ว่าเป็นไกด์แล้วพาหลง ทีนี้บังเอิญเดินเจอ ป้อม tourist information เลยแวะเข้าไปถามในป้อม ตอนนั้นเราไม่ได้เข้าไปฟังด้วย แต่แวะเข้าห้องน้ำใน starbuck เออแบบว่ากินก็ไม่กิน อนาถ 555 พอออกมายืนนอก starbuck ก็แบบแถวนั้นคนเยอะแล้ว มีคนเล่นพลุกันประปราย แล้วก็มีคนเร่ขายพลุด้วย

ดูรูปข้างล่าง
จริงๆรูปเราถือพลุกับรูปพลุเป็นตอน countdown กับหลัง countdown แต่เอามาให้ดูพลุตั้งแต่ต้นจะได้เข้าใจว่าเป็นพลุแบบไหน แบบว่าจะขายกันที่ 4 อัน 1000 วอน (ตกอันละ 10 บาท) พอจุดไฟที่ปลายก็ให้ยกแขนค้างไว้ พลุจะยิงประมาณ 10 ลูกแบบเว้นระยะลูกละ 1 วินาที พอยิงประมาณ 10 ลูกก็จะหยุดแล้วโยนทิ้งได้เลย แต่ตอนยิงขี้เถ้าจะตกใส่หัวเยอะมาก

ตอนก่อน countdown เราจะบอกว่าเราอยากเล่นพลุโคตรๆ แต่คนอื่นจะห้ามไว้บอกว่าน่ากลัว (กลัวอะไรกันนักหนาหว่า) เออตอนที่ยืนรอพี่ป๊อกออกมาจาก tourist ก็มีพลุตกลงมาข้างๆที่เรายืนแบบเฉียดๆเลยด้วย เป็นลูกไฟ แบบคนอื่นกรีดร้อง แต่แบบว่าเราเป็นพวกด้านชาเลยตกใจแค่นิดหน่อยประมาณว่าเอ๊ะอะไร แต่คนอื่นก็โวยวายแทนไปแล้ว เหอๆ

พอพี่ป๊อกออกมาจาก tourist information ก็มี ช คนนึงตามมาด้วย เค้าบอกว่า ชื่อ จี เป็นคนไทยเหมือนกัน มาเกาหลีครั้งที่ 2 แล้ว เคยมา countdown แล้วปีนึงเพราะงั้นคนชื่อ จี จะนำทางไปแล้วจะร่วม countdown กับพวกเรา (ค้นพบดาวเหนือนำทางเลยไง) จริงๆแล้ว จี ก็เป็นคนไทยที่บังเอิญเข้าไปถามอะไรซักอย่างใน tourist เหมือนกัน

จากรูปด้านบนจะมีรูปนึงที่เป็นพลุพุ่งที่ถนน ตอนนั้นเป็นตอนที่เริ่มๆเดินมุ่งไป city hall แล้วแต่ยังไม่ถึง แล้วแบบ ปกติคนขายพลุอ่ะ จะกองพลุไว้ที่ถนน มัดเป็นกองกลมๆไว้เป็นร้อยๆดอก ทีนี้ตอนนั้น ไฟเกิดลุกใส่พลุที่กองไว้ตรงพื้นเป็นร้อยดอก พลุเลยพุ่งตรงถนนเป็นพันๆลูกเลย แบบคนที่เดินเต็มถนน แหวกกระจาย ทีแรกแถวนั้นมีร้านรถเข็นด้วย ร้านรถเข็นก็แบบ ยืนให้พลุยิงใส่ตั้งนานกว่าจะเข็นออก คือถ้าโดนพลุจะเจ็บๆคันๆนิดๆแบบโดนน้ำตาเทียนหรือขี้เถ้า แต่แบบว่าตอนนั้น เราประทับใจ ไอ้พลุที่พุ่งมาบนถนนมากกกกกก รู้สึกดีสุดๆ ถึงกับดีใจที่หลงทางเลยได้มาเห็นอะไรแบบนี้ ยังกับเห็นแสดงโชว์อะไรซักอย่าง มันตื่นตามากๆเลย ตอนนั้น ก็มีตำรวจมากั้น 2 คน แต่ก็ไม่ได้เข้าไปทำอะไรนอกจากกั้นคน คุณพ่อ (ขอย้ำว่าไม่ใช่พ่อเรา) ก็บอกว่า นี่ไม่ได้หาดูได้ง่ายๆเลยนะ ก็รู้สึกเห็นด้วยอย่างแรง!!
เหตุการณ์แถวนั้นจะแบบ คนเกาหลีถึงจะเดินหนี แต่ก็ยังแอบยืนล้อมเป็นเกาหลีมุง เราก็ไปเนียนมุงแล้วถ่ายรูปมา แล้วดูพลุเป็นร้อยตรงนั้นพุ่งจนหมดแล้วเดินต่อ สวยมากๆเลย เจอน้องคนนึงบอกว่า ยังมีสติถ่ายรูปได้อีกนะ โฮ่ะๆๆๆ

แล้วแถวนั้นก็มีไฟสีฟ้าที่เห็นในรูปก็เลยถ่ายรูปเล่นสักพักถึงเดินต่อ
แล้วก็ไปส่วนที่มีไฟเต็มไปหมด เดินดูไฟและก็ถ่ายรูปไปเรื่อย
ดูรูปข้างล่างนะ

รูปบนๆที่เห็นไปเมื่อกี้จะแบบเป็นไฟและต้นคริสมาสที่อยู่หน้า โรมแรมใหญ่มาก และหรูมากที่นึง แล้วแบบ แถวนั้นมี ฮีทเตอร์ด้วย พอที่ไหนมีฮีทเตอร์จะเกิดประกฎการณ์ลัทธี ทุกคนต้องไปยืนยกมือ เหมือนกำลังขอพรอะไรซักอย่าง
เดินๆไปเจอลานเสก็ตกลางเมืองด้วยคนเล่นเยอะมาก เห็นแล้วก็อยากเล่นอีกแล้วแต่ก็ไม่ได้เล่น พอดูคนอื่นเล่นซักพัก คุณพ่อก็บอกจะไปหาของกิน เราก็เลยพูดกะพี่ก้อยว่าไปหาของกินตอนนี้ก็ดีนะ ตอนนี้ทุกคนเลยแบบ แวะกินกลางทางกัน เพราะตอนนั้นจะอยู่ในโซนๆ ที่แบบเดินไป city hall ง่ายๆแล้ว เลยเหมือนรอเวลา countdown เท่านั้น

เดินออกมาไกลๆ เจอสะพาน สวยมากๆๆๆ สวยสุดๆๆๆ แบบทีแรกที่เดินผ่านสะพานนี้เค้ายังไม่เปิดไฟ พอดึกๆช่วง 5 ทุ่มเค้าเพิ่งเปิด แล้วแบบอยากจะลงไปเดินข้างล่างมากเลย แต่หาที่เดินลงไม่เจอ จริงๆตอนนั้นหนาวมากแล้ว น้องคนที่เดินกะเรา ชื่อหญิงรึเปล่า (ขอโทษที่จำไม่ค่อยได้) บอกว่าหนาวแล้วเค้าก็สั่นๆ แต่ตอนนั้นเราแบบ ก็หนาวแต่ไม่รู้สึกว่าหนาวทนไม่ได้เลย หนาวแบบงั้นๆ ท่าทางจะชินจริงๆเลยพาน้องหญิงไปผึ่งกับป้ายโฆษณาที่เปิดไฟนีออน ไมได้ช่วยให้ร้อนขึ้นเท่าไหร่เลย ง่าวว

แถวข้างๆสะพานจะมีรถห้องน้ำ กับรถขัง ที่เอาไว้ป้องกันคนต่อยกันโดนเฉพาะ แล้วก็เจอแถวตำรวจกำลังยืนเรียงเหมือนกำลังจะเดินออกไปปฎิบัติหน้าที่ ทีแรกเราก็ขอถ่ายรูปแล้วก็บอกว่า ช่วยยกตะบองได้ไหม เอาละ คุณตำรวจก็ทำท่า เฮ แบบ เฮ!!!!! ยิ่งคนที่อยู่หลังๆ ยังดูวัยรุ่นเหมือนเพิ่งบรรจุเป็นตำรวจเลย แบบ เฮมากๆ ทำท่าบ้าๆบอๆเลยอ่ะ ตลกๆ พอคณะเราถ่ายเสร็จ ฝรั่งมาเห็นเลยขอถ่ายมั่ง คุณตำรวจจะได้ออกไปปฎิบัติหน้าที่มั้ยเนี่ย

แล้วตอนนั้นมีคนเก็บพลุที่เค้าเล่นกันได้ข้างถนน เลยส่งให้พี่ป๊อกเล่น แล้วพี่ป๊อกก็จุดไป แต่ว่า พลุมันไม่ยิง (เข้าใจแล้วว่าทำไมทิ้ง) พอพี่ป๊อกจะยัดหัวพลุลงทางระบายน้ำข้างถนน พอหัวพลุคว่ำปุ๊ป พลุก็ยิงทันที แต่ยิงลงไปในทางระบายน้ำหมดเลย แอบโดนตำรวจมองนะเค่อะ

แล้วพอเดินออกจากแถวตำรวจก็เดินเข้าไปตรงลานกลาง เราว่ามันจะเหมือนเป็นสถานที่ climax ที่คนเยอะนรก แบบว่า มองไม่เห็นใครแล้ว โดนเบียด 4 ทิศ ต้องแบบจับมือคนที่เดินข้างหน้าไว้ไม่ให้หลง เบียดแบบ worldtrade ตรงกลางก่อน countdown แต่มันแย่ตรงที่ว่าเบียดแล้วหยุดเดินไม่ได้ เพราะมีคนไหลจะเดินตลอดเวลา ที่ตรงนั้นมีเวที คอนเสิร์ตด้วย แต่มองอะไรไม่เห็นแล้วเพราะคนเยอะและตัวสูงกว่าเราทั้งหมด โดนบัง ขนาดคนข้างๆเราต่อยกันเรายังมองไม่เห้นเลย อยากเห็นคนต่อยกัน ก๊ากๆ T[]T แล้วตอนนั้นที่ได้ยินเสียงดังมาก โวยวาย (เสียงไมค์) ก็นึกว่ามันบ่นอะไรของมันวะ จริงๆแล้วเป็นนักร้องกำลังร้องแรพอยู่ บนเวทีตรงกลาง แล้วแบบ คนเกาหลีก็โยกๆกันด้วยแล้วก็ร้องเพลงตามกันด้วย เดาว่าคงจะเป็นเพลงดังของเค้ามั้ง พอเข้าไปใก้ลหน่อยที่แบบ โดนเบียด เบียด เบียด ไหลไปตามคนที่กำลังไหล แทบไม่ต้องเดินเอง พอเข้าใกล้เห้นแสงไฟจากเวทีถึงได้ฟังมันออกประโยคนึงว่ามันร้อง

Get Up!! Get Up!! Happy New Year!!
Get Up!! Get Up!! Happy New Year!!


แบบร้องวนอยู่แค่ท่อนนี้ ร้องรัวแล้วก็กระแทกเสียงมาก ฟังไปก็โคตรมันส์เลย (แอบโยกตาม) คนแถวนั้นก็ร้องตามด้วย เออ แล้วพอหลุดพ้นตอนที่โคตรเบียดมาได้ ก็เริ่มเห็นการยิงพลุที่บอกไปแต่ต้น ถี่ขึ้นเยอะขึ้น เพราะว่าใกล้เวลา countdown แล้ว

อีกแค่ 10 กว่านาทีจะ count down อยู่ดีๆ คนในทัวร์ก็บอกว่า กลับเถอะ ถ้าหลัง countdown คนจะแย่งกันขึ้นรถไฟ กินบรรยากาศพอกันแล้วเน๊อะ แล้วเค้าก็ดิ่งกลับรถไฟ
ม่ายยยยยย อ๊าคคค เดินถ่วงเวลารั้งท้าย เราคิดว่า วินาที ก่อน countdown กับตอน countdown นี่มันเทียบกันไม่ได้เลยนะ แบบว่ามันคนละฟิลล์ ความประทับใจมันไม่เท่ากัน อะไรเนี่ยให้เดินแล้วแบบอีกแค่นิดเดียวก็จะเห็นแล้ว ดันจะให้กลับแบบ ถึงกับคิดว่า ถ้าต้องกลับรถไฟคนเดียวก็ยอม อา แต่แล้วก็เลยไปบอกพี่ ญ-ช คู่ที่มาด้วยกัน พี่ ญ เค้าก็เพิ่งรู้ว่านี่โดนพาเดินนำกลับรถไฟ เค้าเลยไม่ยอมแล้ววิ่งไปลากไกด์กลับมาบอกว่า อีกแค่ ไม่ถึง 5 นาทีเองนะ กลับไปตรงกลางกันเหอะ แล้วแบบตอนนั้น คนเกาหลี เริ่มวิ่งแล้วเหมือนกัน ทุกคนวิ่งกลับไปตรงกลาง พอตอนวิ่งกลับไปนี่แบบ พี่ป๊อกไกด์นำลิ่ว อารมณ์เค้าคงอยากดู แต่ขัดลูกทัวร์ไม่ได้ ตามด้วยพี่ ญ-ช แล้วเรา พอไปถึงตรงกลาง ก็เริ่มนับ ถอยหลังกันแล้ว แต่เป็นภาษาเกาหลีเลยไม่รู้ว่าถึงเลขอะไร ฟังอีกทีอีกทีก็หมดเสียงนับ

แล้วทุกคนที่อยู่แถวนั้นเป็นแสนๆคน ยิงไอ้พลุนั่นพร้อมกัน !!

แบบว่า เหมือนเป็น 1 ในภาพประทับใจของชีวิตเลยอ่ะ คือเรา countdown ที่ไทยก็จะมีแต่พลุใหญ่ๆกันใช่ป่ะ แต่ที่นี่ city hall ไม่มีพลุใหญ่แต่เป็นพลุที่ทุกคนช่วยกันยิง เฮ้ย มันน่ารักมากเลยที่ทุกคนช่วยกันยิง!! แล้วแบบเป็นดวงไฟ แสนๆลูกที่กำลังลอยขึ้นฟ้าอ่ะ ประทับใจน้ำตาจะไหล แล้วตอนนั้นเองที่เราทนไม่ได้ อารมณ์ว่า ขอกูมีส่วนร่วมหน่อยเหอะ ก็เลยวิ่งไปซื้อพลุ (จริงๆก็ขายอยู่ตรงหน้า) แล้วยัดเยียดให้ทุกคนเล่น ทีแรกก็กะจะเล่นเองคนเดียวมัน 10 ดอก แต่กลัวทุกคนไม่มีส่วนร่วมเลยแจก คนที่อิ๊อ๊ะ บอกว่ากลัว สุดท้ายก็โดนวิกยัดเยียดให้เล่น วะฮ่าๆ เออ แล้วก็เล่นกันทุกคนฮับ แถวนั้นมีกองคนไทยที่กำลังยิงพลุ แล้วก็ขี้เถ้าตกใส่หัวเยอะมากๆ ตกใส่ตาด้วย แต่ก็รู้สึกดีอยู่ดีแต่พลุก็ยังยิงกันไม่ขาดสายแม้จะผ่านช่วงนับถอยหลังไปแล้ว 10 กว่านาที

พอดูกันจนพอใจแล้ว ก็เดินกลับรถไฟใต้ดิน ถึงเพิ่งรู้ว่าหมวกหาย คงจะหายตอนจุดพลุ แต่เราไม่ได้เสียดายอะไรเลย ประทับใจค้าง เดินผ่านร้านรถยนต์ที่เอาไฟหน้ารถมาเรียงกันเป็นต้นคริสมาสด้วย (ดูในรูป) เท่และครีเอทมากๆ แล้วก็ขึ้นรถไฟกลับ คนเยอะ แต่ก็ไม่ได้เบียดกันแบบคลื่นมนุษย์อะไร แต่กว่ารถไฟจะมาก็รอนานเหมือนกัน ตอนที่รอ ก็มีคนโทรศัพท์จากไทย เข้ามาหา จี บอกว่า เมืองไทยเกิดระเบิดขึ้น! (เวร อะไรกันเนี่ย) แต่ตอนนั้นยังประทับใจค้างเลยยังไม่ค่อยรู้สึกรู้สม พอกลับเข้าโรงแรมก็อาบน้ำนอน พยายามเล่าว่ามันเจ๋งงั้นงี้ให้น้าฟัง น้าก็รำคาญเพราะเค้านอนอยู่ ก๊ากๆๆๆ

*1 มกราคม 2007

วันนี้ง่วงมากเพราะนอนน้อยติดกัน 2 วัน
แถมตื่นเช้ามาน้าเปิดทีวี (จอแบน) ทีวีเกาหลีกำลังออกข่าวเมืองไทยโดนบอมบ์ แบบ เป็นที่เกิดเหตุที่อนุเสาวรีย์ ตอนนั้นก็รู้สึกแปลกๆอ่ะ แบบ เออ เช้าวันปีใหม่พูดกันแต่เรื่องบอมบ์ แต่มันก็ช่วยไม่ได้ แล้วพอขึ้นรถทัวร์ พี่ป๊อกก็มารายงานข่าวว่าโดนจุดไหนบ้างเป็นระยะ โอยยังกับประเทศอันตรายมากๆ ไม่สงบ เศร้าใจ



วันนี้ไม่ได้ดูสถานที่สำคัญอะไรแล้วแต่เป็นวันช๊อป จำไม่ได้แล้วว่าไปอันไหนก่อนหลัง แต่จะมีไป duty free ไปดูร้านขายอาร์เมทิส กินไก่ตุ๋นโสม แล้วก็ไปช๊อปสักที่
จริงๆที่ duty freeกับที่ช๊อปปิ้งเช้านี้แบบว่าเป็นย่านที่เราเดินผ่านเมื่อคืนทั้งนั้นเลย แล้วตอนนี้เช้ามาก แบบถนนเงียบเลย เพราะเมื่อคืนทุกคนคงหนักไปหน่อย ที่นี่ซื้อได้แต่พวกของฝากไม่ได้ซื้อของให้ตัวเอง ทั้งที่เมื่อคืนที่มีพลุและขยะเกลื่อนเมืองมาตอนเช้าก็เก็บเรียบไม่เหลืออะไรไว้เลย ทำงานกันเร็วมากๆ

ที่duty free ไม่ได้เดินช๊อปเองเพราะของแพง ส่วนมากน้าช๊อปแล้วก็แบบว่า อาม่าฝากน้าซื้อแป้งทาหน้าที่มีขายแต่ในเกาหลี หายากเหลือเกินเพิ่งเจอที่นี่

ส่วนที่ๆขายอาร์เมทิส หน้าประตูทางเข้าก็แบบอาร์เมทิสจะถูกเอามาตั้งโชว์ในสภาพ ยังฝังอยู่ในเนื้อหินแล้วบ๊อบก็มีอวดว่า อาร์เมทิสเกาหลีเนื้อดีกว่าไทย งั้นงี้ แล้วก็บอกว่าเนี่ยถ้าเอามาไปอิงด้านหน้าจะรู้สึกว่าเหมือนมีไอแรงดัน ตุบๆ ออกมา แล้วก็ลากเราเข้าไปลอง แต่พอเอามืออังแล้ว ไม่เห็นจะมี ตุบๆ อะไรของมันเลย น้าเรามาถามว่าเป็นไงเลยบอกไปว่า รู้สึกถึงไอเย็นที่พวยพุ่งออกมาจากหิน =[]= จบ

ไก่ตุ๋นโสมก็แบบ นี่คือข้าวต้มไก่จืดหรือไร กินแล้วก็เหม็นคาวไก่ด้วย แบบเค้าโยนไก่ทั้งตัวลงไป มีกระดูกด้วย อ๊าคค แล้วก็มีเหล้าหวานวางข้างๆด้วย ซด!! กินแล้วไม่รู้สึกว่าเลือดลมจะดีขึ้นแต่อย่างไร

แล้วพอช่วงเย็นก็ไปอีกที่ถ้าจำไม่ผิดจะชื่อ MYEONGDONG ตลาดเมียงดง เป็นอารมณ์ สยามของไทยแล้วก็ของก๊อปขายกระจาย ที่แบบวัยรุ่นไปเยอะ แล้วของที่นี่จะดูน่าซื้อกว่าที่อื่น แล้วราคาก็ไม่แพงด้วย แอบคิดว่าไม่พามาที่นี่ตั้งแต่แรกวะ เออ แล้วแบบ ก็ช๊อปกระหน่ำกันเลยทีนี้ทีแรกเราหลงทางกับทุกคน แล้วเดินมั่วไปเจอทุกคนใน starbuck เพราะแวะเข้าห้องน้ำอีกแล้ว starbuck ช่างตกเป็นเหยื่อ แต่งวดนี้ดีที่น้าเราซื้อกินด้วย แล้วแบบที่นั่นเราซื้อหมวกมาใบ แต่จริงๆตอนนั้นอยากได้เสื้อโค้ทกันหนาวแบบหนาๆมากเลย เจอตัวสีม่วงเข้มถูกใจมีเฟอร์ด้วย แต่ทีแรกก็ไม่มีตังค์ ต้องตัดใจ แล้วพอเดินไปเรื่อยๆ เจอแบบ เด็กน่าจะม.ต้น-ม.ปลาย ผู้หญิง 2 ชาย 2 ถือป้าย FREE HUG!! โอ้ววววทีแรกเราก็ลังเล แต่น้าก็ดันหลังบอกว่า "ลุยเลยมน" จ๊ากกก แล้วเด็กผู้หญิงก็ทำท่าตบอกแบบ มามะมากอดป๋าสิ เลยพุ่งเข้าไปกอดเค้า 555 (เออ จริงๆ ผู้ชายที่ถือป้าย free hug หน้าตาดีแบบนานๆจะเจอแต่เกรงใจน้า แล้วเด็ก ญ ก็ตบอกเชิญดิฉันขนาดนั้น *p*) แต่พอเค้ารู้ว่าเราเป็นต่างชาติ เค้าก็ทำท่าแบบอยากจะกอดเราทุกคน ก๊ากๆๆๆ มันเป็นเคล็ดอะไรหรือเปล่า แต่ว่าเราก็เดินต่อแล้ว ลาก่อน free hug พอเดินไปเรื่อยๆ ซึ่งระหว่างนั้นมีการแวะกินปลาหมึกเหนียวมากอีกซัหพักน้าก็ดันบอกว่าจะให้ยืมตังซื้อไอ้เสื้อม่วงที่เราทำท่าอยากได้เลยวิ่งกลับไปซื้อคนเดียว แล้วแบบ คนขายก็บอกว่า ถ้าซื้อ 2 ตัวลด 30 เปอเซนต์ ตัวเดียวไม่ลด เลยซื้อ 2 ตัวแบบ เสื้อกันหนาวกับเสื้อแขนยาวธรรมดามาตัวนึง ราคารวมมันถูกกว่าซื้อเสื้อกันหนาวตัวเดียวอีก แต่แบบว่า ซื้อมาทำไม หมดเวลาเที่ยวแล้ว คืนนี้ก็ขึ้นเครื่องกลับแล้ว ก๊าซ ความคิดชั่ววูบ แต่เราก็ถูกใจเสื้อนั่นจริงๆ แต่มันจะได้ใช้เหรอวะเนี่ย เมืองไทยนี่ร้อนตับแล่บ

เออแล้วก็มุ่งหน้าไปสนามบินเลย ตอนอยู่บนรถก็ถึงเวลาที่ คริส ที่พยายามถ่ายรูปทุกคนมาขายรูป แบบว่าแพงมากๆ โถ่ คริสที่แท้เธอจะเอาคืนค่าแรง ปิ้งหมู ตัดหมู และยกหมู ตอนนี้นี่เอง รูปละ 200 บาทแน่ะ O_O แต่ก็แบบน้าเราซื้อมา ประมาณ 6 รูป เค้าจะอัดมาก่อนแล้วให้เราเลือกไป ที่เหลือก็คืนเค้าไป กำลังคิดว่าถ้าซื้อน้อยจะโดนเผาสาปแช่งไหมวะแต่ทั้งคัน คริสมันก็ได้ไปเป็นหมื่น

แล้วพอถึงสนามบิน บ๊อบ ก็แบบ ร่ำลาน้อง ant อะไรของมันวะ จะเปลี่ยนจาก ผู้หญิงเป็นผู้ชายรึไงบ๊อบ!! แล้วก็แบบ กอดน้อง ant แล้วก็มากอดเราด้วย แม่งจะแต๊ะอั๋งตูเรอ เออช่างมัน แล้วก็ขึ้นเครื่อง เครื่องบินร้อนมาก นอนไม่ค่อยหลับ มีทีวีหลังเบาะเลยดู pirate of caribbian ภาค 2 ด้วย แต่แบบพูดอิงลิชไม่มี sub ต้องใช้เซ้นส์ขั้นรุนแรง ดูจบแบบมึนๆมา แล้วเครื่องก็ถึง สุวรรณภูมิตอนประมาณ ตี 1กว่าๆซึ่งเข้าวันที่ 2 แล้ว กว่าจะออกจากสนามบินและไปนอนบ้านน้าก็ ตี 3 (ทั้งหมดนี่เป็นเวลาเกาหลี ก็คือ ถึงบ้านน้าตอนตี 1 กว่าๆไทย)

จริงๆแล้วมนุษย์ปกติควรจะจบการเดินทางแค่นี้
แต่ แต่ เราต้องสนามบินเพื่อไปภูเก็ตต่อตอน 6 โมง แล้วเราก็ตื่นมาเต้นเร่าๆว่า ตี5 แล้วๆ เรียกน้าไปส่ง น้าก็แบบตกใจทำไมนาฬิกาไม่ปลุก เค้ากับเราก็แต่งตัวกันเสร็จแล้วน้าอีกคนก็เดินออกมา "นังมนยังไม่ปรับเวลากลับเป็นเวลาไทยใช่มั้ย" อ๊าซซซ ตื่นฟรี นอนต่ออีก 2 ชม. ก็ลุกขึ้นมาเต้นเร่าๆอีกรอบ ตี 5 แล้ว ตี5 แล้ว!! แล้วน้าก็พาไปโยนที่สุวรรณภูมิตัวคนเดียวล่ะทีนี้ เพื่อไปภูเก็ตต่อ

แท่แด๊นนนน!!

ไว้ครั้งหน้าเราไปภูเก็ตกันต่อ เขียนยาวชิบ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เกาหลีน่าไปอ่ะ ดูหนังหลายเรื่องโลเคชั่นสวยมาก เห็นรุปจากที่วิคถ่ายมายิ่งอยากไป
#1  by  นิ้งหน่อง =^. .^= At 2007-01-08 14:47, 
ฮะแง้ว! อยากไปม่าง~
#2  by  =Souchan แค้นเลือดสาดด= At 2007-01-08 15:14, 
ฮ่าๆ อยากกอดสาวๆมั่ง

จะว่าไปแดจังกึมมันก็กลายเป็นซิมโบลลิคของประเทศเค้าไปแล้วแฮะ

ทัวร์เมืองไทยก็ชอบจัดทัวร์ชื่อแนวๆ "เยือนถิ่นแดจังกึม" - -a

ว่าแต่ เที่ยวอึดจริงๆ - -a
เราเที่ยว5วันก็เปื่อยแล้ว - -a
#3  by  เป๋า&ล่า At 2007-01-08 15:24, 
พี่วิกถ่ายรูปสวยจังเลย( ไม่ได่อ่านทั้งหมดอ่า เพราะเด่วจาไปโลตัวแล้ว) ถ่ายได้แบบ อื้ม..เหมือนพวกโปสการ์ดเลยล่ะค่ะ คือพี่วิกเอารูปพวกนี้มาเขียนเปนโปสการ์ดหาเพื่อนๆได้เลยอ่า ฝีมืองามมากค่ะ..

วาดรูปก็งาม คอสก็งาม ถ่ายรูปก็ยังงาม โอ้วว นับถือ...
#4  by  renge At 2007-01-08 15:27, 
ยาวมาก..เดี๋ยวไว้ดึกค่อยอ่าน
ตอบแค่ อิจฉาจัง...+รูปสวยดี
#5  by  sio หมีน้อยพรรคมาร At 2007-01-08 15:36, 
อยากไปปปปปปปปปปปปป

อยากไปมั่งงงงงงงงงงงงงงงงง


ไอ่แหนมเนืองเกาหลีของคุนน่ะ เค้าเรียก พุลโกกิ ตะหาก + +a
#6  by  Prince Ame At 2007-01-08 15:58, 
น่าอิจฉาจังเลย~
ท่าทางจะหนาว อร่อย และอากาศดี
พอเข้าตัวเมืองก็ดูเจริ๊ญ เจริญ....
อิจฉาคนเกาหลี
#7  by  ☆[แป้ง].Haมmy*☆ At 2007-01-08 18:10, 
เราอ่านมาครึ่งชม!
ครึ่งชมจริงๆวิก กร้ากกกก
อยากบอกว่า เฮ้ยยยยยยยยยยย
ไม่คิดว่าจะยาวขนาด
แต่มันส์มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
สุดยอดมากกกกกกกกกกกกกกก

อยากบอกว่าเราขำไม่หยุดเลยวิก!!
กร้าก ตอนแรกนะ
เรานึกว่าน้องแอนท์เป็นผู้หญิงจนมาถึงตอนจบนี่แหละ

ประทับใจเรื่องเคาน์ดาวน์ด้วย
แต่ที่จำได้มากสุดเกี่ยวกับเอนทรีนี้คือ
หนาวววววววววววววววววววววว
ความหนาวกับความไม่พอดี
ฮ่าๆๆๆๆ สุดยอดมาก เราอ่านแล้วสนุกจริงๆ!

วิกถ่ายรุปสวยมากว่ะประทับใจ!
#8  by  mikan At 2007-01-08 18:15, 
งานที่นั่นสวยงามมากเลยค่ะ>[]<
ที่ไทยไม่ได้จัดเลย โฮรกกกก
#9  by  yukachan : I❤10051 At 2007-01-08 18:34, 
อยากไปบ้างคับ รูปสวยมาก
นั่งอ่านไปครึ่งชม.กว่าจะจบ
#10  by  ลอท At 2007-01-08 19:12, 
ฮึ้ยน้องปลาอ่านจนจบครบทุกบรรทัด รูปงามมากเค่อะ
ไม่ได้ดูละครเหมือนกัน ไปเกาหลีคงอารมเดียวกะพี่วิก 555 อะไรจะละครประจำชาติขนาดน้าน
อยากไปช็อปม่างงง T[]T หมวกหมื่นห้าวอนก็ไม่ค่อยแพงน้า ไม่ถึง 400 ชอบตรงฟรีฮักจังน่ารักดี
ไว้จะรออ่านทริปภูเก็ตนะเคอะๆ
#11  by  PLARIEX At 2007-01-08 19:47, 
ไปเที่ยวอีกแย้วววว ควีนอ่า

อิจฉาตาร้อนผ่าวๆ **@o@**

ถ่ายสวยมั่ก
#12  by  Temp Nightflare At 2007-01-08 22:39, 
รูปถ่ายสวยมากๆน่อ+อ่านเพลินดีนะ อยากเหนคนตีกันจริงรึ แถบ้านพี่ก็มี(คู่ ผัวเมียทะเลาะกันหนะ)
#13  by  MEISAN MUI At 2007-01-08 22:55, 
ป.ล.กว่าจะอ่านจบนานมากเพราะตัวอักษรเลกมันติดๆกัน แอบปวดตานิดๆหน่อยๆอ่ะนอ แต่เพลินดีๆ
#14  by  MEISAN MUI At 2007-01-08 22:57, 
สาว Free hug หน้าตาดีป่ะ

-11 เชียว หนาวสะใจ
#15  by  asuka111 At 2007-01-08 23:06, 
อยากเห็นหน้าไกด์หนุ่มชื่อคริสชัดๆจังฮ๊า
#16  by  Rybio_K At 2007-01-08 23:11, 
เฮ้ยยย จะยาวไปไหนเนี่ย ขออ่านครึ่งหนึ่งก่อนนะจ๊ะนู๋มน วันหลังมาต่ออีกครึ่ง เฮ่อๆๆ จะบอกว่ารูปแรก ท่าทางคงหนาวจริงทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม ราวกับไม่ใช่..ตัวเธอ กร้ากก ขอบหมวกหมาอ่ะ น่ารักดี แต่มนใส่แล้วเหมือนแมวว่ะ เพราะหน้ากลม ถ้าเป็นสีน้ำเงินจะเปงโดเรมอนแลยนะเนี่ย กร้าก เด่ววันหลังมาอ่านต่อ ขอตัวไปนอนก่อนนะยะ เฮ่อ
#17  by  น้องศักดิ์ (203.113.39.6) At 2007-01-09 00:26, 
ว๊าววววอันยองโคเรี่ยน! สวนสุดๆ >___< ว่าแต่ หน้าเมิงโดนอากาศเย็นแล้วมันพองได้!!!แรงงงงง
#18  by  hiney* At 2007-01-09 00:31, 
ขอจุดพลุให้ตัวเอง อ่านจบแล้วจ้า
แต่ประเด็นมันเยอะมาก
ถึงกับต้องเปิด Notepad อ่านไปพิมพ์ไป
ทัวร์โรงถ่ายหนังเกาหลี ประทับใจของ Winter love song
สวยอ่ะ โดยเฉพาะต้นสน เราเองก็ไม่เคยดูหนังเรื่องนี้
แอบประทับใจรูปพ่อแม่ลูก ที่ถ่ายที่มุมเดิม ท่าเดียวกันทุกปี
อันนี้ไอเดียเริ้ดมากๆอ่ะ ชอบบบ >[]<

มาเรื่องสวนสนุกดีกว่า ที่วิกไปอ่ะ
เราเจอในนิยายแจ่มใสเยอะมากๆๆๆๆๆ
คาดว่ามันต้องเป็นสวนสนุกสุดฮิตมากแน่เลย
กร้าก แต่ขอขำตอนที่ไปแย่งเด็กเล่น เอิ๊กๆๆ
เราว่าพวกคอสเกาหลีต้องไปถ่ายคอสที่นี่แน่ๆเลย
ช็อครูปรั้วๆ เราคุ้นมาก กร้าก

DS doll สวยมากๆเลยจ้า
แต่หน้าตา DS doll เกาหลี เหมือนญี่ปุ่นเลย
(กร้าก .. ทำไมเราเขียนอะไรนอนเซ็นท์อีกแล้ว)
ส่วนสาวเกาหลีเราว่าเหมือนสาวญี่ปุ่นนะจะแว่น
แต่พอโตแล้วสวย .. ทำศัลยกรรมด้วย
เคยได้ยินมาว่าการกรีดให้ตาโตเป็นอะไรที่ฮิตมาก


โฮกก ... พระราชวังเคียนบอก
กี๊ดดด ดี้ด้า ~~ สวยดีนะ
ถ้าใครชอบดูกุงต้องชอบแน่ๆเลย
แต่พี่บ๊อบนี่ฮานะค้า 555+ ตอนลากไปถูหิน


เฮ้!! ตรงรูปเคาท์ดาว ตรงม้าหมุน
นั่นมันที่ถ่ายทำเรื่อง my sassy girl นี่
โฮกก อ้ากก ..... >[]<
ได้เล่นพลุนี่เจ๋งมากเลยวิกวิก
อ่านแลัวประทับจังใจเลย ตรงนับถอยหลัง
ที่เมืองไทยตอนนั้นทุกคนกำลังหนีระเบิด
ปีนี้เลยไม่มีงานเคาท์ดาวเลยล่ะวิก

5 5 5 5 Free Hug สุดยอดดดดดดด
กร้ากก เรายังไม่เคยลองทำอะไรแบบนี้เลยแฮะ
เมืองไทยหายากมากกก
เคยเห็นครั้งหนึ่งนะแต่..หนูกลัว

วิกเขียนยาว นี่ก็เป็นการเม้นท์ที่ยาวมากของเรา
และทุ่มเท มาก กร้าก
อ่านไปเม้นท์ไปทีเดียวเชียว
#19  by  คุณเต่า ★ At 2007-01-09 10:12, 
จบแล่ว
ยาว...
ยาวมาก... * *
บรรยายละเอียด + ฮาดีจังค่า
ชอบอากาศหนาววว ><

วิคถ่ายรูปสวยมาก ^^b
#20  by  W★G At 2007-01-09 12:49, 
อยากเล่นสกี กรี๊ดดดด~
หมวกน่ารักมากอ่า
>w<
#21  by  ★~๐||มวน้ำบิu๐~ ★ At 2007-01-09 13:43, 
อุจ๊าก.....
ท่าทางเราไปนี่คงยืนกระโดนเด้งดึ๋งๆเพราะความหนาวแน่ๆเลย

อนึ่ง...พี่วิคใส่หมวกหะมา หมวกสวยเนอะ
อยากไปหง่า.....เห็นอีคุณน้องสาวของเราสอบชิงทุนไปเกาหลีอยู่เนี่ย
#22  by  Medic-kung At 2007-01-09 14:40, 
อ้ากกก ยาวมากกก อ่านมันส์ดีค่ะ
ดูรูปแล้วอยากไปเที่ยวบ้าง สวยมากๆเลยแต่ละที่ อยากไปcountdownแล้วจุดพลุแบบนั้นบ้าง
แต่แอบกลัวความหนาววว -11องศา แข็งตายแน่ๆเลย
ป.ล. หมวกหมาน่ารักมากค่ะ
#23  by  ::widchii:: At 2007-01-09 18:41, 
อยากไปบ้างจัง น่าไปอ่ะ ^^
#24  by  [A]rY At 2007-01-09 22:41, 
ถ่ายรูปดูเป็นผู้เป็นคนกว่าเคยแฮะ
ไม่มีท่าบ้าๆหลุดมาเลย 55
#25  by  ร้อนในเม็ดเป้ง@q-bix.net At 2007-01-10 04:42, 
ยาวเชียว ไม่ได้อ่าน ขี้เกียจ ไว้ว่างๆ ก่อน 5555
แต่มารออ่านภูเก็ต อย่าลืมโฆษณาที่พักเรียกแขกด้วยนะ ฮี่ๆๆ

เอ๊ะ.. ว่าแต่ได้ข่าวว่าทำ project ไม่ทันหนิ ทำไมยังมีเวลามาอัพไดอีกวะ (ฉึกๆๆ)
#26  by  joke (124.121.136.234) At 2007-01-10 16:27, 
รูปสวยจัง
อยากเที่ยวมั่งจังเลยน้า

ชอบหมู่บ้านใต้น้ำมากๆเลยค่ะ คลาสสิกมากๆ อยากป้ายยยยยยย
#27  by  K@De_alchemist AS**Kurita& Nana** At 2007-01-10 17:54, 
สวยดี น่าไปจริงๆ แต่เราไม่ค่อยชอบอาหารเกาหลีสักเท่าไร (มันไม่มีของหวานด้วยใช่มั๊ย TT-TT แต่ที่อึ้งๆคือ กลับจากเกากลีไปภูเก็ตต่อ โอ้คารวะ 1 จอก
#28  by  Nw.kana Quatre At 2007-01-11 11:51, 
เพิ่งได้มาอ่านครบๆเเหละ ดีจัง อ่านเเล้วอารมณ์ดี มีความสุขมากมาย อยากไปจังเลย ...รอมีเเฟนก่อน 5555+
#29  by  q At 2007-01-12 23:05, 
อยากไปมั้ง
#30  by  ~TestsuTo~ テッツト At 2007-01-14 20:32, 
อ๊ายยยยย อยากไปม่างงงงง
#31  by  ตาล (58.136.117.91) At 2007-01-21 20:59, 
โหๆ อยากไปมั่งอ่ะ เห้นเล่าแล้วมัน
อยากไปช่วงใบไม้ผลิแฮะ แบบว่าไม่ถูกกับหน้าหนาวเท่าไหร่ (แบบขี้เกียจอาบน้ำ) แต่ก็อยากไปก่อนปีใหม่เหมืออนกันแฮะ (เฮ้อๆ เลือกไม่ถูก)
#32  by  blood-beath (58.136.218.147) At 2007-03-04 00:11, 
ถ่ายรูปเก่งจังครับ

ชอบหมวกน้องหมาที่สุดเลยยย
#33  by  RAST At 2007-03-10 10:58, 
ทำไมถ่ายรูปสวยแบบนี้ ฮือๆ

อยากไปมั่งง่ะ >0<

ต้องไปอีกให้ดุ้ย เฮ ~
#34  by  ลูกชุบ (124.120.162.165) At 2007-04-16 04:50, 
><
เป็นโปรแกรมทัวร์เกาหลีแบบคลาสสิคจริงๆค่ะ เพราะที่เราไปก็แบบนี้ เพื่อนเราไปก็แบบนี้ เหมือนกันเกือบทั้งหมดเลย แต่เรามีไปซอลักซานแล้วก็อะไรซักอย่างอีกที่นึงด้วย
แต่ที่เหมือนสุดๆคือความหนาว =w=b ตอนนั้นเจอติดลบ 17 ค่ะ เหอๆ แถมยังไปพนันกับพ่ออีกว่าจะถอดเสื้อหนาว (ย้ำว่าถอดเสื้อหนาวออกหมดเลย เหลื่อแต่ชั้นใน กางเกงยีนส์แล้วก็เสื้อยืดแขนยาวแบบหนาๆหน่อยนึง) ออกไปยืนสั่นอยู่เกือบห้านาทีได้ (คิดแล้วตอนนั้นตัวเองบ้ามากๆเลย) อยากไปอีกกกกกกก
ป.ล. พี่ถ่ายรูปมุมสวยมากมายอ่า ไม่มีสั่นเลย...(มีแค่เราคนเดียวที่ถ่ายแล้วสั่นฤๅ ?)
#35  by  =someone= At 2007-05-12 20:20, 
อิจฉามากมาย ทำไมน้าเราไม่ถามแบบนี้บ้างนะ
#36  by  emrysmerlin At 2007-05-20 13:22, 
ได... ยาวมากค่ะวิค -_-;
อ่านแล้วอยากไปเกาหลี... ฮาแต่เค้าบอกว่าถ่ายหนังเรื่องนู้นเรื่องนี้ ตูไม่เคยดูสักเรื่อง 555

ปล. รูปสวยมากมาย อยากไป อยากไป ^^
#37  by