ขอเริ่ม entry ด้วยน้องจูลี่
(โหลดนรก)
"ปลื้มใจจริงๆหลังจากพี่วิกมันดองหนูในซอกบ้านมานาน
ในที่สุดพี่วิกก็พาไปเที่ยวจนได้ โอ จูลี่ ออน เพลน!"
"นั่งริมหน้าต่างใกล้ๆปีกเครื่องพอดี อยู่ๆพี่วิกก็บอกจะพาไปพม่า โอ๊ววว!"
~แท่นทะแด๊นน~
"ยามเมื่อเครื่องร่อนลง เอ๊ะ ทำไมมันเขียนว่า beerlao?"
"ไอ้คุณพี่วิก!! มันมาลาวนี่หว่า! แถมไม่รู้ตัวเพิ่งมารู้เอา
ตอนเจอป้าย เวลคั่ม!ทูลาวสสส์ หลอกหนูววว!!"
"เที่ยวไปเหอะน่า นังจูลี่!"
ฉะนี้แล......=[]="
สรุปว่าที่นี่คือ หลวงพระบาง
เมืองหลวงเก่าเมืองลาว
รูปบน จับถ่ายกับเบียร์ลาวซะเลย 555
บนขวดอ่านว่า "เบียร์ลาว" นะเค่อะ ไม่ใช่ "เขยลาว"
ในลาวใช้ตัวอักษรคล้ายกันแต่มีพยัญชนะน้อยกว่า
ไปไหนก็เจอแต่ เบยลาว จนนึกว่าตลาดผูกขาด 555
ขอจบการประจานตนแต่เพียงเท่านี้
เออ แล้วคืนก่อนไปก็ปั่นงานถึงตี 4
แต่ออกจากบ้าน 6 โมง แทบไม่ได้นอน
แล้วก็ไปเที่ยวแบบมึนๆ จำชื่อสถานที่ไม่ได้เลย
ดูรูปเอาบรรยากาศไปแล้วกัน
น้องจูลี่ ถ่ายริมหน้าต่างในห้องพัก
จริงๆเราไม่กล้า ล้วงๆ ควักๆ ออกมาถ่ายหรอกนะ
อารมณ์คนอื่นในทัวร์เป็นเพื่อนแม่หมด
เดี๋ยวโดนหาว่าโรคจิต ไม่รู้จักโต T[]T
เลยแอบๆถ่ายเอา
ถ่ายในอุโบสถวัดแรกที่ไป จำชื่อไม่ได้
จำได้แต่มี เจดีย์ดำ หรือ พระธาตุแตงโม ซักชื่ออยู่
เป็นวัดที่เคยประดิษฐานพระแก้วมรกต
แต่ตอนนี้ พระแก้วมรกตอยู่ไทยแล้วนะจ๊ะ
คนลาวเกรงอิทธิฤทธิ์พระแก้วมรกต จึงต้องสร้าง (แบบภาพด้านบน)
อันใหญ่ๆกว่าปกติ เพื่อไม่ให้พลังทะลุออกมา =_="~
(ไม่มีศัพท์วิชาการเลย ลืมหมดแล้ว ดูแต่รูปนะก๊ะ T[]T)
พระพุทธรูปในวัดถูกนำมาตั้งเรียงๆกัน
เค้าว่าเป็นพระพุทธรูปที่ทำจากไม้ท่อนเดียวทั้งองค์
ไม่มีการต่อไม้
แล้วก็ไปเวียนเทียนรอบ พระธาตุแตงโม
แต่พอเวียนเสร็จ เค้าไม่มีที่ปักธูป
ไกด์บอกว่าปกติเค้าปักกันที่ฐานเลย
รู้สึกเหมือนกำลังทำลายโบราณสถานเลยวุ้ย
เคลื่อยย้ายไปวัดต่อไป ด้วยรถสกายแล่ป มีอีกชื่อว่า จัมโบ้
ที่นั่งหน้าตาเหมือนรถสองแถวแต่ขนาดเล็กกว่าบ้านเรา
เป็นวัดที่มีที่บรรจุพระศพของพระเจ้าแผ่นดินลาว
ตอนเดินขบวน พระศพจะต้องอยู่ในท่านั่ง
หรูหรามาก (แต่ไม่ได้มีพระศพอยู่ข้างในแล้วนะ)
![]()
ลวดลายบนที่ๆหนึ่งที่ประดิษฐานพระ..พระ...
(พระลืมชื่อ บาปจริงตู)
ไกด์เล่าไว้ว่า แต่ก่อน ตั้งใจจะประดิษฐานพระองค์นี้
ไว้ในอุโบสถที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่นี่
แต่เกิดฝนตกไม่หยุดจนหมอทำนายว่า
พระท่านต้องการส่วนตัว จึงสร้างที่ใหม่ขึ้นมา
แต่ฝนก็ยังไม่หยุดอีก จนต้องปิดประตู
เพราะฉะนั้นเวลาดูพระองค์นี้เราจึงต้องมองส่องรู
ที่เจาะไว้ที่ประตูเข้าไป O_O
กำแพงอีกที่
หลังจากเสร็จจากที่นี่เราก็ย้ายที่กันอีกครั้ง
งวดนี้มาไหว้พระที่ๆต้องปีนบันไดขึ้นไป 300 กว่าขั้น
ดูที่ปากรูปปั้นหมาทางขึ้น!!
มาเห็นตอนเอารูปลงเครื่องแล้ว แอบน่ากลัว
ประหนึ่งว่าสามารถลุกมาแดกคนได้ยามดึก ม่ายย T[]T
ขึ้นมาจุดสุงสุดแล้วก็ไหว้พระแล้วเดินดูวิวรอบๆ
เหงื่อแตกทีเดียว ฝรั่งแอบมาเที่ยวเยอะ
แล้วก็หมดแพลนเที่ยวของวันนี้
พอลงมาจากที่ 300 ขั้นด้านบนก็จะเจอตลาดกำลังตั้ง
เค้าเรียกกันว่าตลาดมืด ขายพวกของที่ดูพื้นเมืองมากๆ แต่สวย!
อย่างผ้าปัก ผ้าทอ ผ้าซิ่น โคมกระดาษสา
แต่เรายังไม่ได้เดินทันที ต้องไปทานข้าวก่อน
แล้วออกมาเดินอีกทีตอนกลางคืน
เดินตลาดมืด แบบ บ่ จี้
ใส่เสื้ออักษรลาว =_= ทัวร์เค้าให้มาฟรีน่ะ (บังคับใส่)
บ้านขายโคมน่ารักโคตรๆ อยากได้ แต่แม่มิซื้อให้ T^T
ถ้าถามว่าทำไมไม่ใช้ตังค์ตัวเอง เพราะลืมกดไป
แล้วโดนแม่ไถไปจนหมดแล้วตอนแม่ไม่มีเศษ
ตรงตลาดมืดสวยมากของก็เยอะ รัวกล้องสุดๆ
สรุปว่าเราได้ย่าม กระโปรง ผ้าปูเตียง สวยมากไว้ถ่ายให้ดู
ตลาดมืด 3 ทุ่มก็เริ่มปิดแล้ว เดินๆจนกลับเข้าโรงแรม
แถวๆ 4 ทุ่ม บวกกับเมื่อคืนไม่ได้นอน สลบอย่างไว
เช้าวันใหม่ เค้านัดไปตักบาตรตอน ตี5 O[]O!
แม่กล่าวไว้ว่า
มาหลวงพระบางไม่ได้ตักบาตรมาไม่ถึงหลวงพระบาง
ตักบาตรที่นี่มีความพิเศษที่ เราจะหยิบข้าวเป็นก้อนเล็กๆ
ใส่บาตรพระเท่านั้น ไม่ต้องใส่กับ แล้วพระจะเดินเร็วมาก
ต้องใส่ให้ทัน เราก็เอามือเนี่ยแหล่ะ ล้วงข้าวจากกระติบเป็นก้อนเล็กๆ
แต่ไม่ต้องปั้นนะ ข้าวเละหมด แล้วใส่บาตรพระที่เดินผ่านอย่างไว
เสร็จสิ้นแล้ว เราก็ไปเดินผ่านตลาดเช้า
แต่ไม่ค่อยมีอะไร ขาย ผัก ปลา อาหารแบบ ตลาดปกติ
ถ่ายตามทางที่เดินผ่านมา

แล้วไปต่อกันที่ร้านกาแฟลาว จริงๆมันก็คือกาแฟโบราณอ่ะน้า
แต่ได้บรรยากาศ!
![]()
ทั้งทัวร์รุมเข้าร้าน แม่ค้า เทรัว
ต่อจากนี้เราจะไปหมู่บ้านหนึ่ง
ที่จะขายพวกผ้าๆ ก่อนลงเรือ
มีขายพวกเครื่องประดับและอื่นๆแซม แต่ส่วนมากเป็นผ้า
ทุกร้านจะวางผ้าไว้เยอะมาก
เดินไปเจอร้านนึงเค้าทอผ้าค้างไว้ เลยถ่ายมา
มีพวกสัตว์ดองด้วย =[]=!
หมดเวลากับหมู่บ้านนี้เราก็ลงเรือกัน
เรานั่งเรือกันมาดูถ้ำ เป็นถ้ำที่คนลาวจะเอาพระชำรุดมาตั้ง
น่าจะเคยเป็นที่อาศัยช่วงสงคราม
กษัตริย์ซักองค์เอาพระมาวาง พวกชาวประมงเลยทำตาม
ไกด์บอกว่าปกติเราจะขึ้นไปดูพระแค่ถ้ำชั้นล่าง
แต่เวลาเหลือเยอะเลยพาเราปีนบันได
เป็นร้อยขั้นอีกแล้ว เหงื่อแตก =_="
นั่นเอง ประตูสวรรค์ อารมณ์ว่า กูถึงที่หมายแล้ว แฮ่กๆ
หน้าประตูมีเก้าอี้ตั้งไว้ แต่ถ้านั่งต้องเสียตังค์!!
ด้านในถ้ำมืดมาก ก็เข้ามาไหว้พระๆ
เสร็จแล้วลงเรือไปทานข้าวแล้วไปต่อที่
โรงขายผ้า ที่นี่มีความพิเศษตรงที่ ถ้าเรากำลังดูผ้าสีดำ
แม่ค้าละแวกนั้นก็จะสะบัดผ้าสีดำทุกร้าน
(อารมณ์ว่ากางให้เราดูลาย)
แอบคิดว่า ไม่เป็นการแย่งลูกค้ากันเหรอ
แต่เหมือนคนลาวจะเป็นแนวพึ่งพิง
ปักผ้า ปักหมอน ลายเดียวกัน จนนึกว่าผลิตจากโรงงานแต่จริงๆ
น่าจะเป็นเหตุการณ์แบบ มีลายใหม่มา ก็ให้ทุกบ้านมากกว่า
รูปป้าคนหนึ่งกำลังขายผ้า ดูดราม่ามาก
จนต้องตั้งชื่อภาพว่า ดราม่า =[]="
เวลาซื้อทีจะต่อราคาก็สงสาร
แต่ก็ยังทำต่อไป T^T ข้อยก็ บ่ มีตังค์จ่ะ
ด้านหลังโรงขายผ้าก็เป็นที่ทอผ้าเลย มีหลายเครื่อง
ถ่ายรูปแล้วสวยมาก
ที่นี่เราได้ซื้อน้ำผลไม้ปั่นด้วย ดื่มแล้วชุ่มชื่นสุดๆ
แต่แม่ค้าทำช้ามาก ค่อยๆปอกทีละชิ้นไม่มีการทำไว้ล่วงหน้า
ทำทีละแก้วแม้จะสั่งซ้ำกัน ทำเกินก็เททิ้ง
รอ น้ำปั่นเกือบ ชม. บ้าหรือเปล่า =[]="
แล้วที่นี่ ใส่นมด้วย พอเจอคนในทัวร์เรา ไปสอนอีกวิธี
อารมณ์ ใส่เกลือ ใส่มะนาวเค้าก็ดูจะ อะเมซิ่ง
บอกว่าจะจำไปขายบ้าง ต่อไป คนลาวอาจจะบอกทุกบ้าน
แล้วน้ำปั่นก็กลายเป็นแบบใหม่ก็ได้นะ 555 ขำๆ
เสร็จจากที่นี่เราก็ไปน้ำตกกันต่อ
ใบไม้แห้งริมทาง
ที่นี่น้ำตกสีเขียวฟ้า สวยมาก เหมือนสระว่ายน้ำเลย
น้ำสะอาด ดูๆอีกที นึกถึงน้ำตกแถบจีนด้วย
แต่ของจีนไฮโซและมีหลายสีกว่า
น้ำตกตรงนี้เรานั่งใกล้มากๆ เย็นสบายสุดๆ
ไม่มีใครถ่ายให้ ถ่ายตัวเอง T^T
จบวันนี้ก็ไปเดินตลาดมืดที่เดิม ได้หมวกแปลกๆมา
จริงๆถ่ายรูปร่มกระดาษมาด้วยสวยมาก แต่แบตกล้องหมด
เลยถ่ายไว้ในกล้องเพื่อนแม่ ต้องรอขอรูปก่อน T^T
วันนี้เช้าวันกลับ มอนิ่ง คอลไม่ดัง
ดีนะที่วิกวิกลจริต ตื่นเองตั้งแต่ 6 โมง
เอานังจูลี่ออกมาถ่ายรูปเล่น ความลับเลยเปิดเผยแก่ทุกคน
ว่าตูแบกตุ๊กตามา แต่ก็จงใจ 555
ให้รู้จักเราก่อนแล้วค่อยตัดสิน
แต่เราบอกว่า เราเอามาถ่ายรูปนะ
ไม่ได้ติดตุ๊กตาขนาดต้องเอามานอนด้วยกันอะไรแบบนั้น
หลังจากควักไอเท่มจูลี่ออกมา
วิกก็กลายเป็นขวัญใจเด็กๆ
หน่ะ น้องๆเล่นกันแรง มันแพงนะจ๊ะหนูววว T[]T
วันนี้ไกด์พาไปที่พระราชวัง แต่ที่วังถ่ายรูปไม่ได้
ถ่ายได้แต่ด้านหน้าเราถ่ายมาไม่ดีด้วยเลยไม่เอามาลง
แล้วทีนี้เวลาเหลือเค้าเลยพาไปหมู่บ้านอีกที่
ที่นี่เป็นหมู่บ้านทำกระดาษสา ได้เห็นตอนกำลังทำเลย
ต้องทุบไม้ก่อนละลายน้ำแล้วก็ใส่พวกใบไม้กิ่งไม้ลงไป
(อยากรู้จังว่าทำยังไงไม่ให้ราขึ้น)
แล้วกระดาษสวยๆเต็มเลย
ได้สมุดที่เนื้อในเป็นกระดาษสาทั้งเล่ม มา2 เล่ม
ไว้จะเอามาใช้ทำมาหากินในครั้งต่อๆไป 5555
กระดาษสาก็ถูกเอามาประยุกต์ทำเป็นสินค้าต่างๆ
ทั้งสมุด โคม ถุง การ์ด สวยยยยย!!
แล้วเรื่องลาว ก็จบแต่เพียงเท่านี้
นั่งเครื่องบินกลับ งวดนี้อยู่ด้านหน้าใบพัดพอดี อะเมซิ่ง
สนุกดีนะค๊าบบบ
ไม่ต้องกลัวหลงด้วยเพราะคนลาวพูดภาษาไทยได้
มึนๆเล็กน้อยแต่ฟังรู้เรื่อง เพราะเค้าดู ทีวีไทย
ตอนเดินในหมู่บ้านเจอเพลง ของอุทาดะ งงเลย
เพลงยุ่นในลาว!! เดินไปดู ชาวลาวกำลังดูหนัง F4 อีกต่างหาก
เยี่ยมจริงๆ
จบด้วยแฟชั่นน้องจูลี่
จูลี่กับกระติบ
ถ่ายแถวระเบียงในโรงแรม
แสงแปลกดี
จูลี่ในพงไพร =_=
จูลี่กับ สกายแล่ป
หน้าร้านขายผ้า(ด้านหลังเป็นร้านขนม)
บนตู้ขายไอติม (อูย หิว!)
น้องจูลี่กับพี่วิก (อีนี่ไม่ใช่ลูกชั้น!)
ผมน้องจูลี่กำลังกระเซิงเนื่องจาก
เป็นไอด้อลของเหล่าเด็กๆมากไป โดนรุมทึ้ง T[]T
edit @ 24 Mar 2008 23:01:01 by vicvic
ข้าชอบภาพจูลี่ในพงไพร แต่จะชอบมากขึ้นถ้ามันไม่มีนังจูลี่!!
นึกว่าไปไหนไกล โธ่... แค่นี่เองหยอ...

