2012/Oct/05

วันนี้ตื่นมาแบบเนือยๆ เพราะไม่มีธุระต้องทำแล้ว คืออีกทีวันตำรวจนัดไกลวันที่ 17 โน่นเลย เลยเหลือแค่ว่าจะไปเที่ยวเล่นที่ไหนดี จริงๆอยากไปเมืองอื่นเลย แต่ตอนนี้ยังหาทางไปใช้รถไฟสายยูโรสตาร์ไม่ได้ รถไฟที่วิกนั่งตอนนี้ยังเป็นรถไฟท้องถิ่น มันข้ามเมืองไม่ได้ หวังว่าวิชาจะแก่กล้าขึ้นในเร็ววัน จริงๆพยายามเปิดหนังสือท่องเที่ยวแล้วแต่มันบอกแค่รถไฟสายนี้ไปไหนได้บ้าง แต่ไม่ได้บอกว่าเราจะไปเจอรถไฟสายนี้ได้ยังไง งงปะ งวดนี้อุตส่าห์หาข้อมูล แต่ไม่อยากเสียเวลาหาข้อมูลลึกมาก พอดีคิดว่าในมิลานก็ยังเที่ยวไม่หมด งั้นออกไปเที่ยวในมิลานต่อก่อนดีกว่า
 
วันนี้แอบออกมาแบบหน้าเต็ม เพราะรู้สึกว่าถ้าไปเที่ยวแม้จะไปคนเดียวก็อยากจะยัดหน้าตัวเองเข้าไปบดบังสถานที่บ้าง อารมณ์ขอประกาศว่าอิฉันมาแล้วนะเค่อะอะไรประมาณนั้น
 
แต่วันนี้ รู้สึกเข้าใจการใช้รถไฟมากขึ้น กดตั๋วจากตู้เองแล้ว แต่ก็ยังกดได้แต่แบบเหมาวัน กับแบบรอบเดียวนะ ไอ้แบบอื่นยังไม่เคยกด เพราะยังไม่มีโอกาสใช้ด้วย จริงๆน่ากดแบบ สามวันห้าวันเหมือนกันนะ ถ้ายังตะลอนออกทุกวันแบบนี้ แต่พอดีเล่นคิดเอาวันต่อวัน เลยยังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง จะไปไหนเหมือนกัน
 
สรุปเลยไปลง CARDONA ก่อนแล้วกัน มันดูใกล้กับที่เที่ยวสองที่ คือ CASTELLO SPORZESCO(ปราสาทของตระกูลสฟอร์ซา) กับ Santa Maria della Grazie(โบสถ์ซานตามาเรีย)
 
วันนี้ก็ยังพยายามใช้ map ใน iPhone อีกเพราะคิดว่าวันก่อนเราคงจะผิดพลาดเอง แล้วครั้งนี้เองก็สำเร็จเดินตาม map แล้วก็เจอ แท่น แทน แท๊นน~~
มาถึงปราสาทสฟอร์ซาสำเร็จด้วยตนเองแบบไม่ต้องถาม เย~~
แอบศึกษาก่อนมาเล็กน้อยว่ามันเป็นปราสาทของตระกูลที่เคยปกครองมิลานมาก่อน
อยู่หน้าปราสาทแล้วคิดว่าต้องมีใครหลายคนโมเอ ปราสาทแน่นอน แต่เข้าไปแล้วแอบเฟลเล็กๆ แบบมันทรุดโทรมมาก มีส่วนที่เจอปิดซ่อมเยอะมาก ส่วนที่เปิดดูได้ก็โดนดัดแปลงกลายเป็นสถานที่ปัจจุบันเสียแล้ว ส่วนตรงกลางมีแต่พื้นที่โล่งๆ ทีแรกเราเข้าใจว่าปราสาทจะเป็นกำแพงล้อมแล้วมีตัวปราสาทด้านในเสียอีก แต่เข้ามาตรงกลางแล้วโล่ง จนงงว่าอ้าว หรือว่าเค้าก็อยู่อาศัยกันตามขอบๆที่เรานึกว่าเป็นกำแพงนั่นแหล่ะ เพราะดูพื้นที่แล้วน่าจะยัดได้เป็นร้อยๆห้องอยู่นะ ถ้าจะยัดห้องเข้ารอบลานกว้างนี่ แต่ทีนี่คนมาน้อยไม่รู้เพราะมาแต่เช้าหรือเปล่าแต่ก็ไม่เช้ามากนะ สิบโมงกว่าแล้ว แล้วด้วยความที่คนน้อย พวกที่ล่านักท่องเที่ยวแบบที่จะพุ่งตัวมาผูกเชือกใส่ข้อมือแล้วไถเงิน เลยมีจำนวนเยอะเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยว เราเจอพวกนั้นทักสี่รอบเดินหนีมาสี่คน ทักอยู่ได้ คือจำไม่ได้เหรอว่าทักกูไปแล้วน่ะ แต่ข้างในตัวปราสาทโดนทำเป็นมิวเซียมถึงสามชั้น ชั้นแรกก็เป็นพวกภาพวาด แต่เราชอบชั้นที่สองมาก เป็นผืนผ้าใหญ่ๆพาดลงมาจากเพดานติดตามผนังหลายๆผืนจนเต็มทั้งห้อง ภาพเหล่านั้นเกิดจากการปัก ปักทั้งผืนคือผ้าใหญ่มาก ทีแรกนึกว่าเพ้นท์เอา พอจ้องใกล้ๆแล้วปักนี่หว่า นับถือความพยายาม ทำกี่ปีวะเนี่ย ฝีปักเป็นระเบียบด้วย แล้วเป็นภาพแบบมีเรื่องราวมีคนเต็มภาพเลย ไล่แสงเงาอีก แต่คือจะใช้ผ้าสีออกน้ำตาลเหลืองตุ่นๆเป็นสีพื้น แล้วปักสีอื่นเข้าไปสร้างสีกับแสงเงาอ่ะนะ ไมไ่ด้ปักแน่นทั้งผืน (น่าเสียดายที่ถ่ายรูปไม่ได้) ชั้นสามเข้าไปเหมือนเป็นนิทรรศการเวียนแล้ว ดูเป็นของชนเผ่าที่ไม่เกี่ยวกับตัวปราสาทแต่อย่างใด แถมจริงๆต้องเสียเงินเข้าด้วยแต่เราไม่รู้เรื่อง เดินเข้าไปไม่เห็นคนเฝ้า เห็นคนเฝ้าอีกทีตอนเดินไปครึ่งห้องละเค้าถามหาตั๋วก็แบบ งงเลย ก็ขอโทษเค้าไปว่าไม่รู้เรื่องแล้วรีบเดินออก
 
จริงๆวันนี้เอากล้องใหญ่ออกมาด้วยละ เพราะเสียดายที่วันก่อนไป DUOMO แต่ดันไม่ได้เอากล้องใหญ่ออกมา แต่พอถ่ายจริงๆรู้สึกภาพใน iPhone สวยกว่า แบบมันมี instagram ช่วยปรับสี แถมท้องฟ้าของวันก่อนสีฟ้าเข้ม สดใส ขับภาพมาก แต่วันนี้ท้องฟ้าหม่น สีขาวๆเหลืองๆ ถึงกับคิดว่า เมื่อวานเรียกว่าอากาศดี ส่วนวันนี้คืออากาศไม่ดีสินะ...แต่ไหนๆก็เอากล้องมาก็เลยยังพยายามถ่ายต่อไป เอาเลนส์ตัวปกติมาตัว อีกตัวเป็นเลนส์ wide ยังไงพอถ่ายพวกสถานที่ เลนส์ไวด์นี่มันหวือหวาดีจริงๆ
 
จะว่าไปตอนแรกเดินออกจากประสาทมาแล้วจะไป โบสถ์ซานตามาเรียแล้ว แต่พอระหว่างทางเดินไปโบสถ์ เจอทางเข้าปราสาทอีกทางแล้วมีส่วนที่ยังไม่ได้ดูอีกเลยวกเข้าไปอีกรอบ โซนนี้ใกล้กับสวนสาธารณะที่กว้างมากๆ เห็นคนมาวิ่งออกกำลังกายหลายคน เดินเข้าไปแล้วประทับใจกลิ่นมาก ไม่รู้ว่ากลิ่นอะไร หอมๆเปรี้ยวๆ เกือบจะเลมอนแต่หอมหวานกว่าเลมอน แถวนั้นต้นไม้เยอะไม่รู้ว่ามาจากต้นไหน หมุนตัวดูแล้วก็ไม่เจอทั้งดอกทั้งผล จนตอนนี้ก็ไม่รู้ว่ากลิ่นอะไร แต่มีกลิ่นนี้ บวกกับวิวของปราสาทสฟอร์ซา แล้วไม่แปลกใจเลยที่มีคนมานั่งชิลล์ตรงแถบนี้หลายคน ชอบมุมนี้ที่สุดแล้วในปราสาท ถ่ายรูปโช๊ะแช๊ะ พร้อมสูดกลิ่นจนคิดว่ากูบ้าป่าววะ แล้วก็เดินออกมา
 
เดินตาม map ไปเริ่มหิวเลยแวะเข้าร้านนึงก่อน จริงๆแวะเพราะเห็น ผู้หญิงนั่งเลียไอติมอยู่หน้าร้าน
เข้าไปสั่งแซนวิสกับกาแฟมาแก้ว คือพอสั่งแซนวิสแล้วเค้าถามว่าจะทานคู่กับอะไร น้ำเปล่า​ โคล่า คาฟเฟ่ ก็เลยบอกว่าเอาคาฟเฟ่ ได้กาแฟมา แซนวิสอร่อยมากแต่เยอะมาก ตอนท้ายๆเลยกลายเป็นความทรมาน แต่จริงๆทีแรกเข้ามาเพราะอยากกินไอติมเลยแบบ อิ่มจะแย่แล้วยังกินไอติมอยู่ดี สั่ง chocolate bianco มา(ไวท์ชอคนั่นแหล่ะ)
จะว่าไป นี่เป็นเรื่องที่แอบคิดว่าน่ารัก คือคนอิตาลี นั่งเลียไอติมแผล่บๆทุกวัย ตั้งแต่เด็ก หนุ่มสาว คนทำงานใส่สูท คนแก่ เลียกันหมด เหมือนเค้ากินกันบ่อย รู้สึกว่าในไทยไม่ค่อยได้เห็นน่ะ เรากินแซนวิสกับกาแฟเสร็จรู้สึกอยู่กินไอติมเปลืองโต๊ะร้านเลยออกมานั่งเก้าอี้หน้าร้านที่ราวกับจัดให้คนนั่งกินไอติมโดยเฉพาะ ก็เลียแผล่บๆเรียงแถวกันไปเลย ตอนแรกไม่มีที่นั่ง ยืนเลียต่อจากแถวนั่งแต่คนอื่นพอกินหมดก็ลุกกันไป ตอนหลังพอเรานั่งก็มีกลุ่ม ผช ทำงานใส่สูทมานั่งเลียเป็นเพื่อนต่อ เห็น ผช ใส่สูทสามคนเลียไอติมจริงจังแล้วรู้สึกอยากวาดรูปเก็บชะมัด แต่แบบไม่มีกระดาษ ณ ตอนนั้น ไว้เดี่๋ยววาดย้อนหลังเอาแล้วกัน พอดีรู้สึกว่า วัยไหนเลียไอติมแล้วก็ดูน่ารักหมดน่ะแหล่ะ
กินเสร็จก็เดินตาม map ต่อจนถึงที่นึงดูเก่าๆ มีประตูเปิดอยู่เดินเข้าไปเจอวิวนี้
Santa Maria della Grazie (โบสถ์ซานตามาเรีย)
ด้านในบรรยากาศดีมาก มีสวนหย่อมตรงกลางเป็นน้ำพุเล็กๆ ที่นี่เจอหนุ่มหล่อนังพิงเสาเหม่อๆอยู่คนเดียวด้วย ก็อยากทำการบ้านนะ แต่ไม่กล้า 555 หลังถ่ายภาพแถวนี้พอใจแล้ว ก็เข้ามิวเซียมแถวนั้นเป็นมิวเซียมที่เก็บรักษาต้นฉบับกระดาษที่ Leonardo da vinci วาดๆออกแบบไว้ ที่นี่ก็ห้ามถ่ายรูปอีกแล้ว
จนท.หน้ามิวเซียมบอกว่าค่าเข้า 10 euro แพงชิบ ที่อื่นเค้าแถวๆ 2-3 ยูโรเองนะยะ แต่เค้าอธิบายว่า มันเข้าได้สองที่ก็แบบ ก็ได้วะ จ่าย... แบบมาถึงที่แล้ว แล้วจนท.ก็ให้แผนที่ที่จะเดินไปที่ๆสองมาด้วย เค้าบอกเดินไป 15 นาทีอยู่ใกล้ๆ DUOMO เราก็งงละนะตอนนั้น เดินถึงได้เลยเหรอไรงี้
 
เอาเป็นว่าเข้าที่แรกก่อน เข้าไปจริงๆก็เป็นห้องเล็กๆที่ดูขลัง มีโชว์ต้นฉบับงานสองฝั่ง กระดาษคงทั้งถูกเคลือบข้างในอีกทีแล้วครอบแก้วอีกที ถ้ากระดาษย่อยสลายไปนี่คงแย่ แต่มันก็ดูเก่าเปื่อยขาดๆมากอยู่นะ แถมมีปล้องๆอะไรติดตรงเพดานไม่รู้มันจะยิงเลเซอร์ถ้าไปจับโดนปะวะ 555 ส่วนต้นฉบับของลุงลีโอ ส่วนมากจะเป็นภาพบันทึกตอนกำลังผ่าอนาโตมีมนุษย์ มีภาพลูกตาผ่าซีก ผ่าสมอง กล้ามเนื้อขา ข้อต่อกระตูก ภาพตัดข้างอวัยวะเพศชาย อีกกลุ่มงานจะเป็นอะไรที่ดูธรณีวิทยามากๆ เป้นภาพชั้นดิน เปลือกโลก มีเสก็ต เครื่องมือทุ่นแรง ที่ออกแบบโดยได้ไอเดียจากร่างกายมนุษย์อะไรงี้ด้วย แต่จริงๆภาพทั้งหมดเล็กมาก ตัวหนังสือที่เขียนอยู่ ยังกับมาจากโลกอื่น แต่เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับ ลีโอนาโด มาก่อนคือลุงแกจะสร้างภาษาขึ้นมาเองอยู่แล้วเพื่อไม่ให้คนมาอ่านออก เลยไม่ชัวร์ว่าเพราะแบบนั้นหรือเปล่า ตัวหนังสือเลยแปลกๆ
 
เดินออกจากส่วนกลางของซานตามาเรียไปดูด้านหน้าโบสถ์ เรียบง่ายกว่าที่คิด อาจจะเพราะวิวตรงกลางมันสวยกว่า จำได้ว่าที่นี่มีภาพ Last supper (ภาพที่พระเยซูทานอาหารกับเหล่าสาวกมื้อสุดท้ายก่อนโดนตรึงกางเขน ศิาย์ที่ทรยศคือ ยูดา JUDAS นะจ๊ะ ที่เลดี้กาก้าเอาไปร้อง จูดาส จูดาอ๊าดด นั่นอ่ะ) รู้มาว่าต้องจองก่อนเข้าชมเพราะจำกัดคนเข้าแต่ละวันเพื่อรักษาภาพ แต่ก็เห็นคนเข้าไปถามกันหลายคนเลยนึกว่าพอจะซื้อบัตรเข้าได้หรือเปล่าแต่เค้าก้ติดป้ายหราว่า บัตรเข้าชม ลาสซัพเพ่อหมดแล้วพอถามว่า จองรอบต่อไปได้เมื่อไหร่ เค้าบอกอาทิตยืหน้า ตอนนั้นเราก็เปิดเรียนแล้วเลยยังไม่จอง ไว้รอว่างๆ ลงตัวแล้วค่อยกลับมาใหม่ดีกว่า
 
พอหมดธุระกับ ซานตามาเรีย ก็เลยว่าจะไปเก็บ อีกมิวเซียมที่ซื้อบัตรมา ก็เดินตาม map อีกรอบคือสำเร็จมาสองรอบละไง งวดนี้แบบไว้ใจ แล้วมันก็เล่นงานจนได้ ก่อนนี้ใช้ก็กดแบบแมพสำหรับคนเดินตลอด แต่กดอีกทีมันกลายเป็นเส้นทางรถยนต์ได้ไงก็ไม่รู้ ก็ว่าทำไมมันดูอ้อมแปลกๆ แต่คือเดินตามแมพไปไกลมากแล้วทางรถยนต์นะเป็นทิศตรงกันข้ามเลยกับทางคนเดิน โคตรแห่งความงง แบบเดินไปไกลมากสุดท้ายต้องเดินย้อนกลับมาใหม่หมด จนถึงกับย้อนมาถึง​ซานตามาเรียอีกรอบแล้วมุ่งหน้าต่อไป  จำจาก จนท.บอกว่าอยู่ใกล้ ดูโอโม เลยดูแมพแบบไป ดูโอโม แล้วแมพก็ทำพิษแบบ บอกทางผิดหมดเลย งงมากไม่รู้ว่าเพราะอะไร งวดนี้เลือกเส้นทางแบบคนเดินแล้วด้วย สุดท้ายต้องเลิกเชื่อแมพอีกรอบแล้วถามทางจากคนเดินเอา คนข้างทางบอกว่าจะเดินไปเรอะมันไกลมากเลยนะให้ขึ้น TRAM เราไม่รู้พิมพ์ถูกรึเปล่า แต่เป็นเหมือนรถประจำทางของที่นั่น แต่คือไม่รู้ว่ามันต้องซื้อตั๋ว จ่ายอะไรยังไง ทีแรกเลยไม่ขึ้น แต่เดินไกลมาก เพราะเมื่อยมาก่อนตั้งแต่ตอนไปผิดทางแล้ว เริ่มปวดขา แล้วอยู่ๆราชรถแทรมก็มาเกย เลยขึ้นซะ ไว้คิดทีหลังว่าต้องจ่ายยังไง ขึ้นแบบไม่รู้ด้วยว่าคันนี้ไปดูโอโม หรือเปล่า แต่ถามคนที่นั่งอยู่เค้าบอกว่ามันไปดูโอโม พอนั่งก็ว่าทำไมคนมองแปลกๆ เลยถามคนเดิมว่า คันนี้ปกติต้องจ่ายเงินยังไง เค้าบอกต้องซื้อตั๋วจากข้างนอกมาก่อนแล้ว ก็แบบงง บอกเค้าไปว่าเราไม่มีตั๋ว เค้าบอกว่างั้นเราควรลงสถานีต่อไป แต่สถานีต่อไปมันก็จะถึงดูโอโมอยู่แล้วเดินต่อเอาก็ได้ ก็ลงแบบจนตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่า แล้วต่อไปถ้าเราอยากนั่งต้องทำยังไง ทีนี้ทางที่เราลงมันอยู่หน้าสถานีรถไฟสถานีนึงพอดี แล้วเรามีตั๋วแบบเหมาทั้งวันเลยกะว่าจะนั่งไปดูโอโมดีกว่า เมื่อยขามาก วันนี้เมื่อยหนักอาจจะเพราะ สะสมมาติดกันสามวันที่เดินหนักๆ
 
ก็ขึ้นมาหน้าดูโอโมเลย พยายามถามว่ามิวเซียมที่เราซื้อบัตรมาแล้วอยู่ตรงไหน เป็นเรื่องประหลาดมากที่ปกติ ถามที่อื่นประหลาดพิสดารยังไงก็ยังมีคนตอบได้ แต่มิวเซียมวันนี้ไม่มีใครรู้เลยว่ามันคือที่ไหน ขนาดมีชื่อถนนก็ยังตอบกันไม่ได้ ถามตำรวจก็ไม่รู้ มีคนที่เหมือนรู้นิดๆแต่เค้าก็ไม่แน่ใจ ก็เลยลองไปตามที่เค้าบอกก่อน แต่พอดูเวลาบนบัตรที่ซื้อมาแล้วเซ็งเลย บัตรใช้ได้ ถึงแค่ 4 โมงเย็น เราหลงทางจนหมดเวลา ตอนนั้น สี่โมงครึ่งได้แล้ว เซ็งมาก เสีย 6 euro ไปฟรีๆ ถึงกับล้มเลิกการหามิวเซียมที่สองตรงนั้น แล้วเดินกลับไป ดูโอโม กะว่าจะเก็บตก วันก่อนที่โพสรุปไปมีคนมาคอมเมนท์ว่า ดูโอโม มันมีทางให้ขึ้นไปบนหลังคาได้ด้วย ต้องอ้อมไปด้านหลังแต่วันนี้เดินรอบดูโอโมมาแล้วก็ไม่เจอทางขึ้น เลยงงต่อว่ามันขึ้นยังไงแต่ไม่ได้เข้าไปเดินเช็คด้านในอีกรอบ
 
ระหว่างทางที่ย้อนกลับมาก็เจอกับ PIAZZA DEI MERCANTI
จริงๆมีแค่ไม่เกินสองมุมที่ถ่ายรูปแล้วดูดี เพราะมันโทรมมาก คนนั่งกันเป็นสถานที่นัดพบ มีพวกแสดงโชว์ข้างถนน มีคนรับจ้างวาดภาพเหมือนระหว่างทาง เอาเป็นว่าไม่ค่อยมีอะไรมาก เลยไม่ได้อยู่นานเท่าไหร่
ทีนี้เฟ้งฟ้างแล้วไม่รู้จะไปไหน เลยเดินอยู่แถวห้างรอบๆ ดูโอโม นั่นแหล่ะ ได้ยินว่าเป้นพวก ไฮแบรนด์ มาสำรวจห้างให้เพื่อนไปพลางๆ ก็เจอห้าง la Rinascente จริงๆเจอเพราะสะดุดกับ display moschino เข้า
หุ่นอยู่ด้านหลังกรอบตรงกลาง แล้วไอ้กรอบตรงกลางพลิกเปลี่ยนชุดไปได้สามชุด รู้สึกว่าเนียนมาก น่ารักเก๋ๆ แล้วพอยืนถ่ายรูปก็เห็น เคาท์เตอร์เครื่องสำอางค์ shiseido ที่คุ้นเคยก็เลยเดินเข้าไป ไม่ได้จะซื้อหรอกนะ แต่พอดีกะว่าถ้าสกินแคร์ที่ใช้รอบนี้หมดว่าจะหันมาซบอก ไม่ shiseido ก็ kanebo อะไรเทือกนี้เลยเข้าไปสำรวจ
แล้วเป้นครั้งแรกที่เจอห้างเลยขึ้นบันไดเลื่อนไปเลย แล้วพบว่าอ้าวนี่มัน ไฮแบรนด์ทั้งห้างเลยนี่หว่า มีทุกแบรนด์แพงเท่าที่จะนึกชื่อออกเลยทีเดียว ขึ้นไปจนครบทุกชั้น เดินหมุนทั้งชั้นแต่ไม่ได้เข้าร้านไหนเป็น เข้าไปใน Dolce Gabbana แปปนึงเพราะกระเป๋าสวยดี แต่ก็ไม่ได้อะไรมาก ตอนนี้ไม่มีความอยากอะไรเลย แล้วปวดขามาก พอสำรวจเสร็จก็รู้สึกว่ากลับดีกว่า ปวดขา
 
วันนี้ทีแรกกะว่า ขากลับจะแวะซื้อของกินมาตุนเพิ่ม สุดท้ายก็ไม่ได้ไปเพราะปวดขา กลับนั่งมาต้มยำยำกิน
เริ่มหมดมุุกว่าพรุ่งนี้จะไปไหนดีแล้วด้วย ของกินก็เริ่มวน T__T
 
 

Comment

Comment:

Tweet


ถ้าจำไม่ผิด รายการทีวีทางช่อง TPBS เคยพาไป Duomo ค่ะ พากันไปนั่งชมวิวบนหลังคาเลย วิวสวยมาก ประทับใจสุดๆ สักวันถ้าได้ไปก็อยากไปนั่งชิวบนหลังคา Duomo
#8 by glinda a.k.a. ~pride~ At 2013-01-16 21:59,
cry เดินเยอะมว๊ากเลยอ่ะ พักผ่อนบ้างนะคะ
#7 by JaYJaY" (103.7.57.18|115.67.194.64) At 2012-10-12 19:20,
big smile ติดตามๆ
#6 by dp At 2012-10-05 21:56,
สวยมากง่า พี่วิค
เดี๋ยวนี้เล่นคอมปุ๊บต้องเข้ามาอ่านบล็อกพี่วิคเลย ฮ่าๆๆ
สู้ๆๆน้าค่า
ปล พี่วิคนั่งรถไฟเป็นแล้ว อย่าลืมไปเที่ยวโรมนะ อยากให้พี่ไปวาติกันมากเบยยยย
แถมดาวให้ด้วย Hot! Hot! Hot!
#5 by I am nobody At 2012-10-05 13:49,
...
อ่านแล้วดูเหนื่อย สงสาร
แต่สนุกดี เขียนมาให้อ่านเรื่อยๆนะพี่วิก ^^

ปูลู ลีโอนาร์โดจะป้องกันคนอ่านบันทึก ด้วยวิธีเขียนหนังสือกลับด้านคะ ที่พี่วิกไปดูมันเป็นแบบนั้นรึป่าว
#4 by ~* SeLene *~ At 2012-10-05 11:43,
เริ่มสนุกแล้วสิconfused smile
#3 by wesong At 2012-10-05 07:31,
ฉันรอดูภาพหนุ่มสามคนเลียไอติมจากเธอ 55555555555+
#2 by Rose Quartz At 2012-10-05 06:59,
จำได้แค่ทางขึ้นมันอยู่ข้างๆ(หันหน้าหาประตูทางเข้าน่าจะข้างขวา) มีเป็นลิฟต์กับบันได เสียค่าขึ้นทั้งคู่แต่บันไดจะถูกกว่า
ลองไปดูอีกรอบopen-mounthed smile
#1 by GinG Freecss At 2012-10-05 05:36,