2012/Oct/06

วันนี้รู้สึกไม่ค่อยมีเรื่องเขียนก็จริงแต่ก็มีเรื่องพีคอยู่นะ
คือเช้านี้ เพื่อนคนไทยชื่อนัท ในที่สุดก็ได้เจอเสียที จริงๆนัทเป็นคนที่วิกกะจะว่า ถ้าไม่ไหวแล้ว ไม่รอดแล้วจะเป็นจะตายจะติดต่อหา แต่ไม่อยากรบกวนมาก เพราะปกติเป็นคนไม่ชอบให้คนอื่นมาเอาแต่ถามๆๆ โดยไม่พยายามด้วยตัวเองก่อน เลยตั้งใจว่าจะไม่ทำแบบนั้นกับคนอื่นด้วย ก็เลยพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเองก่อน ซึ่งก็อ่านได้จากวันก่อนๆ ส่วนวันนี้จริงๆก็ไม่ได้มีเรื่องรบกวนนัทอะไรแต่ว่า พอดีนัทเค้าว่างช่วงก่อนเที่ยงเค้าเลยนัดออกมา เจ้าตัวนัดเอง วิกก็ไปเลย
นัทบอกว่าเค้าต้องมาแถว ROMOLO เพื่อรับบัตรตั๋วรถไฟแบบนักศึกษาพอดี romolo เป็นสถานีรถไฟที่อยู่ใกล้ที่พักของวิก แล้วเค้าเลยบอกว่าจะทำบัตรรถไฟสำหรับนศ ด้วยเลยมั้ย แล้วเราก็เลยเตรียมเอกสารออกไปทำเลย ซึ่งตอนติดต่อทำบัตร ต้องรอคิวนานมาก นานจนไปกินมื้อเช้ากินกาแฟเสร็จแล้วกลับมา ยังต้องรออีก สองคิว แล้วคิวของอิตาลีแปลกมาก มีสองเคาท์เตอร์ เคาท์เตอร์แรกเรียกแต่เลขคี่ แบบ 11 13 15 อีกเคาท์เตอร์เรียกแต่เลขคู่ แล้วคือมันไม่ได้เสร็จแบบตามคิวด้วยนะ คือตอนที่วิกติดต่อทำบัตร จากปากคำของนัท นัทต้องติดต่อทำบัตรไว้แล้วรออีก30วันถึงมารับได้ แต่วันนี้ตอนวิกไปทำ เค้าให้ยืนรอนานมาก เราก็งงว่าแบบ จ่ายเงินไปแล้วทำไมไม่ได้ใบเสร็จให้มารับวันหลัง ยืนนานมากแถมเค้าก็ไม่ไล่ด้วย ก็แปลว่าน่าจะยังทำเรื่องให้เราอยู่ นานจนสงสารคนรอคิวเลขคี่ที่ต่อท้ายเรามากเพราะฝั่งเราเราคิวที่ 65 อีกฝั่งไป 94 แล้วอารมณ์นั้น คือพวกเลขคี่ที่ต่อเรานี่ซวยเลย สรุปคือที่เรายืนรอนานมากนั้น เพราะเจ้าหน้าที่ทำบัตรให้เราตอนนั้นเลยไม่ต้องรอ 30 วันแบบของนัท ได้บัตรมาเลยแบบงงๆ แต่ก็ OK! แต่เสียดายมากที่อายุเกิน 26 เลยโดนเก็บเรทแพงกว่า นร.จริงๆสองเท่า ToT
แล้วทีนี้ ก็นั่งไปแถวสถานีแถวๆบ้านนัท เพราะนัทพาขึ้นรถ TRAM มันคือคำเรียกรถราง เราเพิ่งรู้ว่าไอ้บัตรรถไฟใต้ดินนี่ก็ใช้กับรถรางได้ด้วย ไอ้วันก่อนที่นึกว่าตัวเองไม่มีบัตรจริงๆก็มีนี่หว่าเพราะมันบัตรเดียวกัน แต่พอนั่ง TRAM ไปซํกพัก คนขับพูดอะไรไม่รุ็ อิตาลี ยาวๆแล้วคนโดยสารก็ตะโกนตอบกลับไปมา แล้วรถก็เริ่มไปในเส้นทางแปลกๆ จนนัทบอกว่า เฮ้ย นี่มันไม่ใช่ทางที่รถคันนี้ควรจะไป แล้วนัทก็บ่นๆแนว อา~นี่แหล่ะอิตาลี มันคิดจะเปลี่ยนเส้นเดินรถก็เปลี่ยน แต่นัทก็บอกว่าแต่นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ปกตินะ นี่เค้าก็เพิ่งเคยเจอ แต่เอาจริงๆเราก็ไม่รู้เรื่องหรอก เราไม่รู้สายรถ วันก่อนๆเลยอาศัยเดินเอาอย่างเดียว สรุปว่า คนลงหมดคันเลยเพราะรถวิ่งไปทางอื่น เรากับนัทก็ต้องลงด้วย นัทบอกว่าตอนนี้อยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้ นั่งสายเดิมกลับไปจุดเริ่มต้นดีกว่า แล้วก็นั่งย้อนกลับ แล้วไปขึ้นอีกสายเพื่อจะไปดูโอโมอีกรอบ พอนั่งอีกคันแล้วผ่านเส้นทางที่คันที่แล้วควรจะผ่านก็เจอกลุ่มคนอิตาลีกำลังประท้วงอะไรกันหน้าตึกก็ไม่รู้ เลยเข้าใจกันเองว่า หรือที่รถคันแรกต้องเปลี่ยนเส้นทางเพราะว่าติดขบวนประท้วง
เอาเป็นว่าก็ไปดูโอโม เพราะวันนี้นัทมีธุระต้องไปจ่ายค่าเช่าบ้านของตัวเองแถวนั้น สรุปวิกเลยได้ไปดูโอโมสามวันติด พอนัทจัดการธุระตัวเองเสร็จก็พาไปดูอะไรแบบที่ว่า นี่ร้านหนังสือนะ นี่ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้านะ นี่ธนาคารที่ถอนได้มากค่าธรรมเนียมน้อยนะ อะไรทำนองนั้น แต่นัทมีเรียนต่อก็เลยต้องกลับไปมหาลัยก่อน ส่วนเราบอกว่าถ้าอยู่ดูโอโมเรากลับเป็น นัทกลับไปก่อนได้เลย แล้ววิกก็เลยเดินเล่นแถวนั้นต่อ แต่มาตั้งสามวันแล้วเริ่มรู้สึกคุ้นเคย แล้วจริงๆย่านดูโอโมมันเป็นแหล่งช้อปปิ้งแต่วันก่อนๆเราเอาแต่สนใจสถาปัตยกรรม วันนี้เลยเปลี่ยนแนวมาช้อปปิ้งแทน ก็เข้ามันทุกร้านที่เดินผ่านเลยแหล่ะ ร้านยิ่งใหญ่ทุกร้านเลย แบบมีทั้งชั้นสองและชัน้ใต้ดิน ได้เสื้อมาสองตัวแบบไม่แพงเป้นเสื้อคลุม กับเสื้อนอน เพราะยังไม่กล้าใช้เงินมาก กลัวเปิดเทอมแล้วต้องเสียค่าอุปกรณ์เรียนเยอะ เอาเป็นว่าเสียเวลาเดินเข้าออกร้านนานมาก เพราะก็เหมือนเดินช้อปจนหมดทั้งวันแหล่ะ ทีนี้เดินแถบฝั่งซ้ายหมดแล้วเริ่มหิวก็เลยไปแวะหาของกินก่อน แล้วทีนี้เห็นทางขึ้นหลังคาดูโอโมจนได้
วันก่อนมาแล้วไม่เจอได้ไงวะ เอาเป็นว่า ถ้าเดินขึ้นบันไดเอง 7euro ถ้าขึ้นลิฟท์ 12euro วันนี้ตั้งใจจะซื้อแสกนเนอร์ด้วย แปลว่ากำลังจะใช้เงินเปลืองเลยเกิดความงก ขึ้นบันไดดีกว่า
จริงๆทีแรกเกือบไม่ขึ้นแล้วเพราะนัททักว่าวันนี้ท้องฟ้าไม่ค่อยดีนะ(คือถ้า ท้องฟ้าโปร่งๆเค้าว่าจะเห็นไปได้ไกลมาก) แต่รู้สึกใจร้อน แล้วเงยหน้าขึ้นไปวันนี้ท้องฟ้าเป้นสีฟ้านี่ อย่างน้อยท้องฟ้าก็ไม่เป้นสีขาวแบบเมื่อวานขึ้นเลยดีกว่า
โห...ตอนเดินหมุนๆอยู่ในทางบันไดแคบๆแบบที่ถ้ามีคนเดินสวนลงมาต้องหยุดให้อีกฝ่ายเดินก่อน นี่แบบหมุนๆอยู่คนเดียวไม่รู้เมื่อไหร่จะถึงแอบทรมานใช้ได้เลย เหนื่อยมาก หอบเลย แบบต้องหยุดพักสองที แถมดันช้อปก่อนมาขึ้นถุงเกะกะมาก
แต่แล้วๆ เราก็ถึงยอดจนได้!
คุ้มค่าต่อการปีนป่ายมากๆ รู้สึกยิ่งใหญ่มากๆ นั่งเพ่งพวกรอยต่อหินอ่อนก็แอบเนี๊ยบ แม้จะผุกร่อนไปตามกาล แต่ทุกสถานที่ท่องเที่ยว จะต้องมีคนนั่งชิลล์ เราว่าดีนะ แบบมีคนเอาหนังสือมานั่งอ่านบนหลังคาดูโอโมด้วย มีคู่รักมานั่งคุยกันอะไรงี้ ไว้ทีหลังเอางาน เอาการบ้านมานั่งคิดบนหลังคาท่าจะดี เหอๆ
เออแต่จริงๆพอขึ้นมาถึงก็ไมไ่ด้ถึงยอดสูงสุดเลยทันที จะเป็นชั้นก่อนสูงสุด แล้วเดินรอบชั้นนั้นก่อนถึงจะมีทางขึ้นอีกที พอขึ้นไปถึงจะเป็นหลังคาสูงสุดแล้วจริงๆ
แล้ววันนี้พอดีเราซื้อสมุดฉีกแบบกระดาษสีน้ำของ FABRIANO มาด้วย คือตอนนั้นแบตไอโฟนหมดอีกแล้ว แล้วอยากถ่ายด้วยไอโฟนด้วยเพราะไอโฟนถ่ายสีท้องฟ้าติด กล้องใหญ่ถ่ายไม่ติด เลยถ่ายทั้งสองกล้อง เลยนั่งชาตแบตไอโฟนด้วยแบตก้อนบนหลังคาดูโอโม ตอนที่นั่งรอแบต ไม่มีอะไรทำเลยงัด FABRIANO ที่เพิ่งซื้อมานั่งวาดรูป แต่...แต่...คนแอบเยอะ อาย วาดแล้วฝืดมาก เรานั่งวาดวิวบนหลังคานั่นแหล่ะ ไม่ได้วาดการ์ตูนหรอกนะ เพราะถ้าวาดการ์ตูนคงน่าอายกว่านี้ ไม่ได้วาดรูปนานมือฝืดมาก แถมกลับมาวาดทีเล่นวาดยอดดูโอโมเลย ยากชิหาย อะไรยุบยับ วาดแบบไม่สนใจดีเทลเลยออกมาเละสุดๆ แต่ก็รู้สึกพีคอย่างแปลกๆที่ได้วาดรูปบนหลังคาสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ พอนั่งไปนานๆก็เริ่มรู้สึกว่าลงดีกว่า เลยกะลงไปเลย เกือบจะลงไปทางเดิมแล้วนะ
แต่พอมองไปทางที่คนขึ้นลิฟท์ขึ้นมา อ้าวมันมีอีกทางนี่นา ดีนะที่เห็น เดินไปทางที่คนขึ้นลิฟท์ขึ้นมา จะเป็นอีกครึ่งซีกเลย ฝั่งนี้อลังการกว่าด้วยเพราะมีรูปปั้น สังเกตุได้ว่ารอบรูปปั้นจะมีเสา ยอดเสาสัตว์ประหลาดยื่นหน้าอ้าปากมาทิศรูปั้น ถึงกะคิดว่าแต่ก่อนมันพ่นน้ำใส่รูปปั้นป่าววะ หรือปล่อยแสงใส่ เพราะมันทำท่ายื่นหน้ามาจากเสาสี่ทิศแล้วตรงกลางเป็นรูปปั้น หรือมันก็แค่ยื่นหน้ามาเพราะจะมาพ่นน้ำบนหลังคาคงไม่ใช่ เอิ่ม...ก็แค่คิด
เราพอถ่ายรูปจนพอใจแล้วก็เดินชื่นชมด้วยตาเปล่าอีกระยะเวลาหนึ่ง คือหลังๆพอถ่ายรูปมากไปแล้วรู้สึกว่าเราควรจะชื่นชมด้วยตาเปล่าให้มากกว่านี้ ทุกครั้งเวลาถ่ายรุปเสร็จเลยจะใช้เวลาชื่นชมด้วยตาเปล่าอีกระยะนึง แต่ไอ้การทำตัวแบบนี้ถ้ามากับคนอื่น คนอื่นจะรำคาญ ก็เลยรู้สึกว่าดีนะที่มาคนเดียวเหมือนกัน แม้จะไม่ได้มาโพสท่าบดบังสถาปัตยกรรมก็เถอะ 55
ก็เอาเป็นว่าพอใจแล้วก็ลงมา ตอนลงมีแอบเสียดายเหมือนกันนะ คิดว่าเราควรจะอยู่จนถึงพระอาทิตยืตกหรือเปล่าเราจะได้ชมพระอาทิตย์ตกบนหลังคา แต่ดูเวลาแล้วอีกเกือบ สองชม. ขี้เกียจรอ ไว้หาโอกาสมาใหม่ดีกว่า ไว้มากับเพื่อนเราจะได้มาดูพระอาทิตย์ตกและโพสท่าบังสถาปัตยกรรม55
พอลงมาก็เมื่อยขาอีกแล้ว คือวันนี้เดินเยอะในระยะทางสั้นๆแต่ซอกแซกเพราะเดินชอปปิ้งไง แล้วเหนื่อยหอบเอาตอนปีนบันไดขึ้นหลังคา แต่ก็ยังพยายามเดินร้านค้าอีกฝั่งต่อ ร้าน ZARA ที่นี่อลังการมากเลยล่ะ
 
จะว่าไป ตอนเดินช้อปก็รู้สึกอะดรีนะลีนหลั่งแม้จะไม่ได้ซื้ออะไรเท่าไหร่ พอขึ้นหลังคาก็รู้สึกพีค แต่พอลงจากหลังคาแล้วหมดอารมณ์ช้อปอีกละ เจอความงามขั้นสุดแล้วเสื้อผ้าดรอป หลังลงมาเลยไม่ได้อะไรเพิ่มอีกแล้ว
แต่เดินผ่านนักแสดงเปิดหมวกคนนึง พอดีเห็นคนมุงเยอะมากเลยทำตัวอิตาลีมุงกับเค้าด้วย จริงๆมาที่นี่ก็เจอนักแสดงเปิดหมวกหลายทีแล้วล่ะ แต่ส่วนมากจะเล่นดนตรีหรือแต่งตัวแปลกๆให้ถ่ายรูป แต่คนนี้มาร่ายรำกับลูกแก้วแล้วเปิดเพลงประกอบ ลูกแก้วใหญ่เกือบเท่าหัวเป็นลุกแก้วใส เค้าให้ลูกแก้วไหลจากไหล่ซ้ายไปขวา อ้อมหน้าอ้อมหลัง ขึ้นแขนลงขา วางทูนหัวหมุนตัวติ้วๆลูกแก้วก็ไม่หล่น เมพขิง สุดท้ายเลยใจอ่อนแอบไปหย่อนเงินใส่หมวกให้กะเค้าด้วย
ก่อนกลับแวะซื้อแสกนเนอร์ตามที่ตั้งใจไว้แต่ทำเป็นอย่างสุดท้ายเพราะมันหนัก ยืนเลือกรุ่นนานมาก ก็พยายามเซิจเน็ทอ่านสรรพคุณแล้วอะนะ แล้วพวกของ multifunction (แบบที่เป็นทั้ง printer scanner x-rox) ถูกกว่าไม่เข้าใจเหมือนกัน สุดท้ายเลยเอาแบบ multifunction มา ใหญ่เป็นตู้เลยอ่ะ แต่มันถูกกว่าแบบ 40 euro ไรงี้เลยนะ แล้วก็ต้องแบกของใหญ่กลับบ้านเอาตอนเวลาเลิกงานของคนที่นั่น สุดจะเบียด
กลับมาที่พักเพื่อนร่วมบ้านแอบตกใจแบบ ซื้ออะไรมาเนี่ย ใหญ่โคตร!

Comment

Comment:

Tweet


สวัสดีค่ะ เราชื่อแป้งนะ search หาข้อมูลเกี่ยวกับโทรศัพท์ในอิตาลี มาเจอblogของวิกพอดี อ่านแล้วสนุกอ่ะ ตลกดี เห็นภาพ.. 
เราไปมิลาน มกรานี้ เรียนที่ domus ยังไงคงได้พบกันจ๊ะ
ป.ล. ที่เรียนเค้าไม่มีพวกสแกนเนอร์ปรินเตอร์ให้ใช้ในสตูดิโอเหรอ เผื่อจะได้ติดของบางอย่างไป :)
#5 by PANG (103.7.57.18|223.207.6.94) At 2012-12-09 16:55,
ลงรุปเยอะๆ จิวิกกี้
#4 by wayaren At 2012-10-16 05:18,
ชอบมากค่ะ รอฟังเรื่องบ่นตอนต่อไปอยู่น๊า double wink
#3 by JaYJaY" (103.7.57.18|115.67.194.64) At 2012-10-12 19:18,
สนุกจังเลยค่ะ พี่ไปเรียนต่อโทใช่มั้ยคะ กะว่าจะเรียนตรีที่ไทยโทที่ต่างประเทศเหมือนกัน แต่สงสัยคงต้องทำงานหาตังค์ส่งตัวเอง 555
เรียนศิลปะที่นี่แล้วอย่าลืมมาอัพบล็อกบ้างนะคะ อยากรู้ว่าจะเป็นยังไง 
#2 by Oylce At 2012-10-06 11:22,
อ่านแล้วอยากไปนั่งฟินด้วย
#1 by Rose Quartz At 2012-10-06 05:30,