MarkandJuicy

2011/Jun/27

เรื่องนี้เริ่มขึ้นจากว่าวันหนึ่ง แม่บอกว่า ได้โปรโมชั่นจากบัตรเครดิตเจ้าหนึ่ง ให้ไปดูดวงได้ ใช้บัตรของน้าไปด้วย เลยดูได้สองคน เลยลากเราไป ตอนแรกก็แอบคิดว่า เดี๋ยวนี้โปรโมชั่นบัตรเครดิตให้มาดูดวงเนี่ยนะ แต่เมื่อไปถึงก็พบว่า

 

(ขออภัยถ่ายจากกล้องมือถือเลยไม่ชัดเท่าไหร่ ไม่คิดว่าจะเจออะไรแบบนี้เลยไม่ได้เตรียมกล้องไป)

มันดูเป็นองค์กรลับมากค่ะ สำนักงานดูดวงอะไร?ทำไมไฮโซ? ไม่มีภาพเก่าๆขลังๆลึกลับแบบที่ปกติเราจะต้องเจอ เพราะด้านหน้าเป็น เคาท์เตอร์รับลูกค้า แล้วมองไปทางซ้ายมีโต๊ะกับคอม เค้าทำอะไรยุกยิกกันอยู่อีก

เริ่มไม่แน่ใจว่า นี่เรามาดูดวงจริงเหรอขึ้นมา แต่เมื่อถึงคิวของเรา เค้าก็เรียกให้ลุกไปทางซ้ายที่มีจอคอม ที่เห็นเค้าทำอะไรกันยุกยิกนั่นแหละ

 

พอนั่งลงแล้ว ก็เริ่มแสกนรอยนิ้วมือทั้งสิบของเรา แถมแสกนแต่ละนิ้วละเอียดมาก แบบ นิ้วเดียวแสกนทั้งมุมแปะนิ้วเอียงซ้าย มุมแปะนิ้วตรงๆ มุมแปะนิ้วเอียงขวา ถ้าขึ้นภาพไม่ชัดเค้าก็จะแสกนใหม่ด้วย กว่าจะครบทุกนิ้วเล่นเอาเหนื่อย

 

หลังแสกนเสร็จ ก็เป็นหน้าที่ของแท่นหมึกที่ตอนแรกไม่รู้ว่ามีไว้เพื่ออะไรในตอนแรก เค้าก็เอาลูกกลิ้งมาไถมือเราแล้วปั้มลงกระดาษ (แต่ในรูปมือแม่นะ ไม่ใช่มือเรา) ของแม่ปั้มทีเดียวติดแต่ของเรา หลายรอบมาก เหมือนมีมุมที่ มือเป็นกระดูกแล้วมือเรามันไม่ระนาบลงกับกระดาษ แต่ หมึกล้างง่ายมาก สบู่ทีเดียวออก

ในวันแรกที่เราไป เหตุการณ์มีเท่านี้ เกิดอาการงงแบบว่านี่หมอดูไม่ต้องดูหน้าเราเลยเหรอ แล้วเค้าใช้เกณฑ์อะไรในการมาดูดวงของเราเนี่ย  แล้วก็ต้องนัดมาฟังผลในวันอื่นอีก แต่ก็กลับบ้านไปอย่างงงๆ

= = = = = = = = = = = = = =

วันนัดดูผล

วันนี้โดนนัดตั้งแต่ 9 โมงอันเนื่องจากปกติ เราทำงานที่บ้านการตื่นเช้าเป็นเรื่องยากเสมอ แต่ก็ ขุดตัวเองออกจากเตียง เพราะว่า แอบเบี้ยว ฟังผลไปรอบนึงแล้ว เอาเป็นว่าก็ไปถึงรออีกซักพักก็โดนเรียกตัวเข้าไปฟัง

หมอที่รอพบเราอยู่เป็น ผู้หญิงใส่สูทท่าทางดี นั่งอยู่ที่โต๊ะกับเครื่องคอมหนึ่งเครื่อง ดูอายุไม่เยอะมากด้วย ทุกอย่างผิดไปจากประสบการณ์ดูดวงมาก แต่เมื่อเริ่มนั่งลง หมอยื่นหนังสือมาหนึ่งเล่ม แต่เรายังไม่ได้เปิด เล่มนี้เป็น เล่มที่แสดงผลจากการแสกนของเรา คำแรกที่หมอพูดคือ “เดี๋ยวคงต้องรีบเริ่มเพราะว่า คนนี้เค้าตรง แรงและเร็วมาก” เราก็ยืนหน้ามึนอยู่นะ เพราะว่ายังง่วงอยู่ แต่หมอบอกว่าเร็ว เราก็เร็ว แรงก็แรงก็ได้ หมอชี้ไปที่หน้าจอ แล้วบอกว่า การแสดงผลเราใช้สัญลักษณ์เป็นนก ในหน้าจอ มีนกอยู่ 5 ชนิด สรุปแล้วแต่ละตัวแสดงลักษณะดังนี้

เหยี่ยว – เป็นคนเด็ดเดี่ยว ทำอะไรรวดเร็ว ตรง ไม่อ้อมค้อม มีความเป็นผู้นำ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง

ห่าน – เป็นคนทำอะไรมีการวางแผน เป็นระบบ ถนัดงานเฉพาะทาง การจัดการ และเน้นการหาข้อมูล เป็นprofessional

นกยูง – เป็นคนถนัดเอนเตอร์เทน ชอบเป็นที่สนใจ  เหมาะกับพวกงาน event PR

นกกระจอกเทศ – เป็นคนอ่อนโยน ชอบไกล่เกลี่ย มีน้ำใจ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น เหมาะกับการประสานงาน

นกแก้ว – เป็นคน flexible ปรับเปลี่ยนตามสิ่งแวดล้อม เอาตัวรอดเก่ง ถ้าในองค์กรมีคนแบบนี้เยอะจะดี

 

(ถึงตรงนี้ขอแอบ spoil นิดนึงว่าเราทำงานด้าน art แต่ระหว่างที่ฟังผลเราไม่บอกหมอเลยว่าจริงๆเราทำอาชีพอะไรอยู่ เพราะส่วนนึงต้องการ วัดว่าผลการทำนายมันจะตรงจริงเหรอ)

จบการอธิบายแล้ว หมอถามว่าเราคิดว่าตัวเองเป็นแบบไหนหมอหันไปถามแม่ที่มาด้วยว่าคิดว่า ลูกเป็นคนแบบไหน แม่บอกว่านกยูง คงเพราะเห็นเราทำงาน art แต่ในตอนนั้นหลังจากที่ฟังเราตอบหมอไปว่า เราเป็นเหยี่ยว ไม่ก็ ห่าน แล้วหมอบอกว่า ลูกเค้ารู้ตัวเองดีอยู่แล้วนะคะ

 

สรุปว่า เราเป็น ทั้งห่าน ทั้งเหยี่ยว แต่เราดันมีนกกระจอกเทศด้วย แต่คะแนนที่สูงสุดคือ ห่าน wild goose 60% อีกสองตัวจะสลับสับเปลี่ยนไปแล้วแต่สถานการณ์ ว่าวันไหนเราจะใช้บุคลิกภาพตรงส่วนไหน พอทำนายแล้วเหมือนยอดมนุษย์ คืออนอกจากจะเป็น professional มีความเด็ดเดี่ยวทำงานรวดเร็วแล้วยังเห็นอกเห็นใจผู้อื่น วันนี้เรียกฉันว่าพระเอกเลยดีกว่า!”

 

มาถึงช่วงวิเคราะห์แต่ละด้านแบบลงลึก ที่ได้ผลมาจากการแสกนนิ้วมือ

ข้อแรกที่มา(หมายถึงคะแนนสูงสุด) Introspection Ability คือ ความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่ดีมากเพราะเป็นบุคลิกที่จะทะยานไปสู่เป้าหมาย และมีพลังที่จะทำสิ่งที่ต้องการให้เป็นความจริง เชื่อในสิ่งที่ทำ ชัดเจนและรวดเร็ว

ข้อสอง Art appreciation Ability  เป็นคนมีพรสวรรค์ด้านศิลปะ sense art music

ข้อสาม Creating Ability การสร้างสรรค์ และควบคุมให้เป็นไปตามเป้าหมาย

ข้อสี่ Linguistic Ability ความสามารถทางการพูด การใช้ภาษาและโน้มน้าวจิตใจ

ข้อห้า Reasoning Ability น่าประหลาดมาก ที่เรามีสมองซีกด้านเหตุผล สูงกว่าอารมณ์

มีความสามารถด้านอื่นๆอีกแต่จะเป็นคะแนนน้อยๆแล้ว อย่างพวก ความสามารถด้านกีฬา คือจริงๆเราไม่เล่นกีฬาเลย แถมยังมีเซนส์เรื่องผีสางอีก เราก็ไม่เคยเห็นนะ ไม่อยากเห็นด้วย แต่เค้าบอกว่า อาจจะมาในรูปแบบฝัน อันนี้ OK ฝันหลอนมากกกก

อ่านถึงตรงนี้แล้วก็จะ งงว่ามันจริงหรือไม่จริง ขึ้นกับว่า คนอ่านรู้จักเรามากหรือน้อย แต่โดยส่วนตัว เรารู้สึกตกใจที่แค่แสกนรอยนิ้วมือมันบอกอะไรได้ขนาดนี้เลยเหรอ เราถามหมอว่า นี่เป็นข้อมูลทางสถิติหรือเปล่า หมอบอกว่าไม่เชิง แต่ก็ใช่คือ การทำงานของสมอง จะสร้างรอยขดของนิ้วมือขึ้นมา เพราะฉะนั้น การที่ดูลายจากนิ้วมือจึงบ่งบอกว่า สมองส่วนไหนทำงานเยอะเป็นพิเศษ และทางเค้ามีผลสถิติจากคนสามแสนคนอยู่ด้วย

 

นอกจากที่พูดแล้วในเล่มยังมีแนะนำอาชีพที่เหมาะสมกับการทำงานของสมองแบบนี้ จุดเด่นจุดด้อยของเราเป็นพวก conductor-art director-enterprise manager-project manager-human resouces-strategic planning-art therapist-multimedia and arts business manager

แต่อาชีพจริงๆของเราที่คนที่อ่าน blog เราเป็นประจำน่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่า เราเป็นนักวาดการ์ตูน

 

สรุปแล้วมันเรียกว่าดูดวงยังไง(วะ) เอาเป็นว่า สิ่งที่รู้มาคือพรสวรรค์โดยกำเนิด เพราะสมองส่วนนี้ๆทำงานดีกว่าส่วนอื่น การทำงานที่เกี่ยวข้องกับความสามารถของสมองจะทำให้ไปได้ดี ส่วนคนอย่างเราไปดูก็ไม่ค่อยจะเกิดประโยชน์เพราะว่ามีความชัดเจนในตัวเองอยู่แล้ว อย่างน้อยเราก็ไม่คิดจะเลิกวาดรูปถ้าแค่มีคนบอกว่า จริงๆแล้วเธอเหมาะกับเป็นนักธุรกิจน่ะนะ (อันนี้ได้ art ตรงสายอาชีพพอดีไป) แต่สิ่งนี้อาจจะมีประโยชน์สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไร หรือคนที่บังเอิญว่างอยากรู้ว่าตัวเองเป็นนกแบบไหนก็ได้! ;P

 

ศูนย์วิเคราะห์ศักยภาพปัญญธารา แถวสาทรใต้

(ไม่ได้สปอนเซอร์ แค่ได้ไปดูฟรี)

Mark & juicy by VIC-MON


http://www.facebook.com/vicmonvicmon

http://www.facebook.com/markandjuicy

http://www.markandjuicy.com

 

2011/May/12

สวัสดีชาวโลกอีกครั้ง งวดนี้ก็กลับมาแบบแปลกๆอีกแล้ว
เนื่องจากเพื่อนของ vic ที่มีนามปากกาในอินทราเนทนาม Onewayticket
สาวกห้องแป้งในพันทิปอาจจะพอคุ้นหูคุ้นตา เธอคนนี้มาบ้าง
เอาเป็นว่า vic ได้ถูกเธอคนนี้ชักชวน ลวงล่อ ไปเป็นหนึ่งในคนเขียนบทความฝั่ง juicy
มันคืออะไร มันคือเว็บนี้
ในเว็บ Mark & Juicy เป็นเว็บที่รวบรวมความสนใจของสาวๆไว้ฝั่ง Juicy และฝั่งแมนๆไว้ฝั่ง Mark
มีเนื้อหา ทั้งด้าน beauty arts lifestyle art photography electronic
ที่หนุ่มๆสาวๆไม่ควรพลาด เพราะคนเขียนแต่ละคนแซ่บ!(เกี่ยวมั้ย)
อย่างไรก็ดี เว็บเพิ่งจะเริ่มได้ไม่นาน เนื้อหาอาจจะยังน้อยแต่เราจะทยอยอัพกันอย่างต่อเื่นื่อง
ส่วนนี่เป็นประเดิมเนื้อหาแรกของ vic
 
+ + + + + + + +
 
Oh so ORANGE! ร้อนนี้ สีส้มอิน!

เป็นประจำทุกหน้าร้อน ที่แต่ละแบรนด์ ทั้งฝั่งเสื้อผ้าและเมคอัพ จะยกขบวนสีสันกันมาช่วงซีซั่นนี้ แต่สีไหนล่ะที่โดนสุด ชั่วโมงนี้ขอบอกเลยว่า สีส้ม! แต่รอบนี้เราขอมาแต่เรื่องเมคอัพสีส้มก่อนเพราะว่าเห็นชัดสุดๆแล้ว

จริงใม่จริง MAC cosmetics ก็ทวิตออกมาแล้ว !!

ว้าว! แล้วมันตรงกับเรื่องที่เรากำลังจะเขียนพอดี เลยรีบแค่บหน้าจอมาให้เห็นกันจะๆซะเลย 555
แถมสีส้มช่วงนี้ไม่ได้มาแค่ส้มแบบทีเราคิดว่าเป็นส้มธรรมดากันแต่เป็นส้มแปร๊ดเยี่ยงนี้

LILLY DONALDSON ขึ้นปก BAZAAR เดือน 4 ปี 2011 กับลิปส้มแปร๊ดเกือบแดงสุดเด้ง แบบที่เราชอบ! ลุคนี้ตรงตาใช้แค่อายชาโด้สีทองน้ำตาลอ่อนๆเท่านั้น กับเน้นการปัดมาสคาร่าอย่างเป็นระเบียบ

ส้มรองลงมา เราชอบกับในอิมเมจของ Ena Matsumoto มาก คนนี้ใครที่ตามแมกกาซีนญี่ปุ่นอย่างViVi คงจะเห็นเธอบ่อย เป็น Bloger ชื่อดังของญี่ปุ่นและควบตำแหน่ง producer ของแบรนด์ EMODA

รูปจาก vivi ฉบับไทยเดือน 4 ปี 2011
ส้ม Morange ของ MAC กับตาสโมคกี้สีน้ำตาลทอง ติดขนตาปลอมบนล่าง

ส้มใสฝั่งเกาหลี มากับอิมเมจ ร่าเริงสดใสของ แซนดารา 2NE1
จากคอลเลคชั่น Miss Tangerine ของ Etude

อันนี้นอกเรื่องนิดนึง พอดีแอบแวะไปดูโฆษณา miss tangerine นี้ใน youtube มาด้วย Etude ก็ยังคงคอนเสปแบ๊วๆของตัวเองไว้ได้ดี เอาแซนดารามาแบ๊วเต้นน่ารักๆให้เราดูกันใน cm
http://youtu.be/nqzp7kY5LME


สรุปแล้วเป็นเรื่องน่ายินดีมากที่มีส้มให้เราเลือกได้หลากหลายเฉด ตั้งแต่เข้มแป๊ดยันสดใส เนื้อแมทยันเนื้อครีม เหมาะตั้งแต่ลุค แฟชั่นนิสต้าสุดคูล ยันสตรีทแวร์ธรรมดา แถมด้วยความที่มันทางการและแรงน้อยกว่าสีแดงสดนิดนึง เลยทำให้เมคอัพง่ายไม่ได้ต้องการความเนี๊ยบเท่าสีแดง แล้วก็เข้ากับคนผิวเหลืองเอเชียอย่างเราๆด้วย

 แล้วช่วงก่อนนี้ที่เรากำลังอยากได้ลิปส้มแปร๊ดซักแท่งก็แอบเดินวนๆอยู่หลาย counter เหมือนกันว่าจะซื้อของเจ้าไหนดี อันที่จริงซื้อมาซักพักแล้วแต่ช่วงนี้มันฮิตพอดี เลยถือซะว่าอินเทรนด์ไป 555
เราได้ของ MAC สี Good to go มา ชอบชื่อสีมาก!

 

BA บอกว่ารุ่นนี้เป็นรุ่น Longwear ติดทนยาวนาน เนื้อค่อนข้างแมท แต่ยังไม่ใช่แมทแบบแห้งผาก ทาแล้วยังมีความชุ่มชื้นอยู่ แล้วพอดีตอนแรกจะซื้อสีที่ใกล้เคียงกันนี้แบบรุ่นธรรมดาแต่ว่ามันหมด รุ่นนี้มันแพงกว่ารุ่นธรรมดาเป็นร้อยอยู่แต่ กำลังอยากได้เลยใจร้อนสอยมาเลย แต่อันที่จริงสีแนวนี้มีอีกหลายแท่งมาก แถมเจ้าอื่นก็มีนะ

สรุปว่าชอบมากเพราะ เด่นดี

 

 เราทาแบบง่ายๆ คือใช้ลิปปาดลงไปกลางปากเลยเพื่อความชัดของสีแล้วใช้พู่กันลิปแต่งขอบเท่านั้น
ตายิ่งแทบไม่ได้ทำอะไร ลงครีมอายแชโด้สีชมพูเนื้อ แล้วก็เขียนตาด้วยเจลไลเน่อสีดำเฉยๆ

ส่วนวันนี้ไหนๆก็แต่งหน้าเพื่อเอนทรี่นี้โดยเฉพาะแล้วเลยหาเรื่องออกไปทำงานนอกบ้าน
นี่คือชุดนั่งทำงานนอกบ้าน 555


ป่วยมาก ผมเพิ่งตัดมาเห็ดได้ที่ แถมยังให้แม่ถ่ายรูปให้ อายแม่นิดหน่อยที่มาโพสท่าประหลาดๆ 555

ก็ขอจบเอนทรี่ไว้ว่า ถ้ากำลังอยากเสียเงินให้ลิปสติกซักแท่งตอนนี้ละก็ สีส้มเลย ไม่พลาดแน่!

By VIC-MON Mark&Juicy

+ + + + + + + + + +

ใครที่ยังไม่ชินกับอีกแง่มุมของ vic ไม่มีคำแนะนำอื่นคือ ชินซะ!
แต่คนที่แอ่ด facebook คงจะเห็นอะไรแปลกๆแบบนี้บ่อยแล้วกระมัง? (ศัพท์แก่ทีเดียว)


ยังไงถ้าใครมีเฟสสะบุค อยากตามไปไลค์หน้าเพจของ Mark&Juicy วิกขออัญเชิญไปที่
(แต่พอดี vic ยังไม่ได้เป็นแอดมิน ให้เพื่อนบริหารไปก่อน)
http://www.facebook.com/markandjuicy

และขอตบท้ายด้วยดารเรียกคะแนนเสียงจากแฟนเพจ Vicmon ตามปกติ Kiss
http://www.facebook.com/vicmonvicmon

คำขวัญวันนี้ ความเท่ห์แบบในภาพ ไม่เคยเหลือยามปั่นงาน!

ส่วนวันนี้ขอกลับไปปั่นงานหัวฟูตามปกติ
แล้วเจอกันใหม่เมื่อจิ้มไลค์กันแรงๆ 555
 
WinkWinkWinkWinkWinkWinkWink

รักนะเด็กโง่ ยิ่งโง่ก็ยิ่งรัก อย่าหยุดโง่นะที่รัก เดี๋ยวไม่รักนะเด็กโง่
(กลอนจากเสื้อยืดที่เดินผ่าน เห็นทีเดียวถึงกับจำได้ น่ากลัวมาก ความหลอนประสาท เต็มร้อย!)