traveling

2009/Aug/18

ไปสิงคโปร์มาช่วงวันที่ 13-16.08.2009
แต่ว่าไม่ค่อยมีอะไรจะเขียนมาก ดูรูปเล่นแล้วกัน
เพราะไปเปิดบูธ ไม่ได้ไปสถานที่ท่องเที่ยวของเค้าน่ะ
รู้สึกมาต่างประเทศแต่ละครั้งจะเริ่มฮาร์ทคอร์ขึ้นเรื่อยๆ
คราวที่แล้วไปฮ่องกงมาเก๊าแบบไปเองกับเพื่อน
งวดนี้มากับเพื่อนแต่มาเปิดบูธขายงาน
ต่อไปต้องไปคนเดียวทีละหลายๆประเทศสินะ 555
(ต้องมีกะตังค์ก่อนโว้ยยย!!---ประเด็น)
 
12.08.2009
 
ไป Mint museum of toys
เป็นมิวเซี่ยม 4 ชั้นแบบทางยาว ด้านหน้า
กับชั้นใต้ดินลงไป 1 ชั้นเป็นร้านอาหารเล็กๆ
ของเล่นส่วนมากจะถูกวางในตู้กระจก
เป็นตัวหุ่นสังกะสีเยอะ แล้วก็เป็นแบบโบราณ
น่ารักหลายอันมาก มีพวกแบทแมน
มิกกี้ ป๊อปอาย อะตอม เดอะบีทเทิ่ล ด้วย
 
 
 
ออกจากมิวเซี่ยมก็เดินไปเรื่อยๆ เต็มไปด้วยห้างและตึกใหญ่ๆ
 
 
เดินมาถึงริมน้ำที่มีสัญลักษณ์ของสิงคโปร์อยู่
เป็นสิงโตหางปลาพ่นน้ำ แต่ไม่มีรูปในกล้องเรามีแต่ไกลๆ
 
 
ภาพด้านบนนี้เป็นหลังคาที่ๆเหมือนที่นั่งริมน้ำ มีลมพัดตลอด
แต่จริงๆเราว่าก็ยังร้อนนะ แบบมันเป็นลมทะเลร้อนๆ
แอบคิดว่ามันใช้จัดคอนเสิร์ตด้วยรึเปล่า
 
 
ถ่ายจากฝั่งที่นั่งริมน้ำ
จะเห็นสิงโตหางปลาอยู่ไกลๆ(กำลังพ่นน้ำ)
 
 
เดินไปเรื่อยๆเจออะไรก็ถ่ายเดินจนมืดไปถึงสะพานที่นึง
สะพานยามเย็นโดนสีบรรยากาศย้อมเป็นสีน้ำเงินหมดแล้ว
ยืนอยู่แล้วรู้สึกสวยมาก มีพวกคู่แต่งงานมาถ่ายรูปแถวนี้ด้วย
 
 
มีรูปวิกแค่นี้แหละ 555
 
 
 
 
 วันที่ 13 มีแต่เดินชิวแล้วก็กลับเข้าที่พัก
นั่งตัดภาพและของที่จะเอาไปแปะบูธวันต่อมา
ตัดเยอะมากจนปวดแขน
จริงๆขามาก็แบกกระเป๋าเดินทางหนักๆ
ลากจากสนามบินขึ้นรถไฟฟ้าเดินต่อถึงที่พัก
สังขารเริ่มไม่อำนวยรู้สึกวันต่อมาตัวจะกร๊อบแกร๊บมาก
 
13.08.2009
 
วันนี้ทางงาน STGCC ให้เข้าไปเซ็ทอัพบูธ
ก็ไปที่ตึก suntec city ชั้น 4 ห้อง 402-403
ติดต่อรับป้ายแขวนคอว่าเป็นพวก exhibitor จากเมเรดิธ หน้างาน
เมเรดิธ เป็นคนที่เราเมลล์ติดต่อเรื่องบูธมาตลอดเค้าถามว่าใครคือ วิกมน
พอยกมือแล้วเค้าแอบตกใจรึเปล่านะ เค้าอาจจะคิดว่าเราเป็น ผู้ชาย
ก็ในเว็บยังเขียนแทนตัววิกว่า his เลย 555
(แต่ไอ้เรื่องคิดว่าเราเป็น ผู้ชายนี่เจอบ่อยจังวุ้ย)
ภาพข้างล่างนี่ถ่ายเพดานตึกแถวๆหน้างานมา
 
 
วันนี้มีพิธีเปิด พวกสื่อกับแขก VIP จะมาในงาน
แต่เราก็ไม่รู้จักอ่ะนะ แต่ artist ดังๆจะมาวาดรูปที่บอร์ดหน้างาน
artist เราก็ จำชื่อได้ไม่หมดอีก แต่จะจำคาแรคเตอร์ได้
อย่างของ tofu gloomy bear และ tokidoki
เจอตัวจริงหลายคนเลย ถ่ายรูปคู่มาด้วย
แต่ไม่ไ่ด้เอามาลงเพราะวิกหน้าเหียกมาก
 
 
ไปห้องน้ำแล้วเจอคนนี้กำลังวาดพอดี
จำชื่อไม่ได้ขออภัย แต่จำงานได้นะ
 
 
ในงานมีบูธ blythe ใหญ่มากๆ แต่ตอนไปถ่ายเค้ายังตั้งไม่หมด
เลยถ่ายตัวนี้มาก่อนตัวเดียว 
เป็นงานของ mindtrigger+aliceXalice คนไทยเนี่ยแหละ
 
 
ลงไปฝากท้องที่ศูนย์อาหารชั้น 1 นั่งข้างๆร้านที่ทำปาท่องโก๋ขาย
แล้วร้านเค้าเป็นตู้กระจกเลยถ่ายคนที่กำลังทำข้างในมาได้เลย
พูดถึงอาหารแล้ว มีสองมื้อที่รู้สึกสั่งมาแล้ว นี่มันอะไรก๋านน
ก็มีมื้อนึงสั่ง Laksa (ลักสะ) พอได้มา เอามาคนๆ นี่มันเกี้ยมอี๋ที่ใส่ในน้ำยาหนมจีนชัดๆ
ส่วนอีกวันสั่ง Dumpling Ramen ก็คิดว่าจะได้กินราเม็ง แต่มันเป็น
เส้นมาม่าใส่ไข่ ที่ใส่เกี๊ยวซ่าลงมาแค่นั้น เซ็งโคตร!!
 
 
14-06.08.2009
 
 วันอื่นๆขอเขียนรวบยอดนะเพราะกิจกรรม
ค่อนข้างวนเวียนเป็นลูป อยู่แต่ในงาน event
ถ้าขี้เกียจเฝ้าบูธก็จะออกไปเดินเล่นดูคนนั้นคนนี้
เจอแฟนงานที่รู้จักงานเราจาก DA หลายคน
แล้วก็ภาษาไทยแอบดังนะเพราะ inkblot เป็นภาษาไทยหลายหน้า
ไม่ทันบอกว่ามาจากไทย เค้าก็ถามเองว่าภาษาไทยเหรอตั้งหลายคน
แล้วก็รู้สึกพลาดที่ไม่ได้ทำนามบัตรไปเพราะที่นี่เค้าร่อนนามบัตรกันกระจาย
แล้วพอเค้าให้แล้วก็ไม่มีให้กลับ บางทีก็โดนขอก็ไม่มีให้
แต่วันที่ 3 ของงาน พี่ที่ไปขออยู่ด้วยเค้าบอกว่า
ปริ้นท์นามบัตรไปเลย! ก็เลยทำสดเอาตอนกลางคืน
(ต้องขอบคุณพี่ต่อมากๆ และพี่โชคที่ให้อาหาร อาาา)
พลาด 2 คืองานนี้เค้าจัดบูธกันอลังมาก ยังกับงานหนังสือแหน่ะ
บางคนมีตู้โชว์ติดสปอตไลท์ส่องงาน มีไฟกระพริบๆแล้วยังเปิดเพลงอีก
บางคนก็เอา LCD มาตั้งแล้วเพ้นท์โชว์หน้าบูธ
แต่เราแค่เอารูปไปแปะๆ แล้วก็ไซส์เล็กไปหน่อยด้วย =[]=
 
 
(อธิบายจาก ซ้ายไปขวา)
1 ของที่วางขายในบูธ inkblot
2-3 หน้าบูธ ของ kidchan kooni และ toonikun
วิกได้ไปกินข้าวกับเค้ามา 2 มื้อแล้วก็เดินคุยเรื่อยเปื่อยระหว่างงาน
4 หน้าบูธของ zemotion กับ noah
ชอบงานทั้งคู่เลย แล้วเพิ่งเคยเจอ noah ตัวจริงด้วย
ไปกินข้าวกับทั้งคู่มามื้อนึงแบบฮาๆเลย ตอนแรก โนอา กับ ชาง คื่อ
เค้าไม่คุยด้วย ก็นึกว่าอะไร ที่ไหนได้เค้าไม่เก่งอังกฤษ
เราก็เลยบอกว่าเราก็ไม่เก่งแล้วก็เริ่มถ่อยใส่กัน อาา
5-6 จำชื่อบูธไม่ได้ บูธเค้าอยู่ข้างๆทางขวาแต่งานเค้าโปรมาก
แล้วมีคนมาตลอด อยากได้หนังสือคอมิค alice กับ liquid city ของเค้า
แต่เค้าบอกว่าหมดโควต้าของงานนี้ให้ไปซื้อที่คิโนะ ซวยมาก 
ประมาณวันที่ 3 ของงานเค้ามาติดต่ออารมณ์จะชวนไปลงหนังสือของเค้า
เค้าบอกว่า อยากได้อาตติสจากหลายๆประเทศไปลง
แต่เรื่องจะเป็นยังไงต้องติดตามต่อไป 555
 
 
1 รายการ TV อะไรไม่รู้ คนซ้ายสุดที่หน้าตาดีเป็นพิธีกร
มีผู้กำกับเป็น ผญ แล้วอีกสองคนทางขวาเป็นตากล้องกับคนถือไมค์
พอดีเค้าเดินผ่านๆมาถ่ายๆ เราก็ยิ้มๆให้ ทีนี้มันหยุดสัมภาษณ์เลย
โอ้ย ภาษาอังกฤษ ยิ่งแข็งแรงๆอยู่ แต่เค้าเตี๊ยมคำถามก่อน
ก็เลยผ่านไปได้แบบ ขำๆ อ่าาาา
2-4 เซอเคิลแถวข้างเคียง
5 Joe Ledbetter กำลังแจกลายเซ็น
ที่บูธ play imaginative (เป็นบูธที่ขายสินค้าโทฟุ กลูมมี่แบร์ และมอลลี่)
มีคนต่อคิวยาว
6 หน้าบูธ IFS
เป็นบริษัทที่เน้นงาน paint และ concept art ของสิงคโปร์
standley/artgerm (อาตได ของที่นี่) เดินมาทักที่บูธวันแรก
แล้ววันต่อมาเค้าก็เอาหนังสือรวมภาพเปปเป้อ
มาทุ่มให้วิกตอนกำลังนั่งกากอยู่หลังบูธ คุ้มแล้ว! เล่มละ 55 SGD
*p* (เงินไทยคูณด้วย 24 เข้าไป)
แต่คนใน IFS เล่น DA กันหลายคนก็เลยรู้จักงานกันมาก่อน
 
 
1-2 บูธ Apple Factory, Hongkong
ถึงจะเพิ่งเคยเห็นแต่วิกชอบงานของ Little Thunder มาก
เดินกลับไปซื้องานที่บูธเค้าหลายรอบจนเค้าจำหน้าได้
3 บูธ Judas Arrieta
เค้าอยู่ตรงข้ามเยื้องๆของบูธ inkblot
เป็นอาตติสทีมีชื่อเสียงของทางนี้มั้ง แต่วิกเพิ่งเคยเห็นงานเค้า
ตัวตุ๊กตาที่ลุงจูดาสทำนี่ หน้าเหมือนตัวเค้าเองชะมัด
4 บูธ tokidoki
วันเปิด tokidoki มึนเมากันหน้าบูธเลยทีเดียว
5 หนังสือของ Gary Baseman
ถ่ายที่บูธของเค้ามา แต่ของทุกอย่างแพงมากก ไม่มีปัญญาซื้อว่ะ
6 Brian Bolland กำลังแจกลายเซ็น
เป็นคนที่วาดการ์ตูน marvel ไว้เยอะมากงานของเค้าเจ๋งจริงจัง
แล้วถึงลุงแกจะมาหลายวันแต่ก็มีคนต่อคิวขอลายเซ็นตลอด
 
 
TOYS ที่โชว์ในงานน่ารักมาก
จริงๆแอบอยากได้ โทฟุ ที่เป็นชุดฟิกเกอร์กับแสตมป์ของทางนี้เค้าด้วย
แต่แพงมาก ก็เลยไม่ไ้ด้ซื้อมาอีก
อยากได้แหวนมอลลี่ด้วยแต่ 80 SGD ราคาฆ่าวิกได้อีก!
ก็เลยเสียเงินไปกับพวกสมุดโน๊ตแฟ้มแล้วก็แผ่นรองเมาส์แทน
 
 
น้อง blythe ในตู้โชว์ สวยมากมีคนมารุมถ่ายรูปเยอะจริงๆ
แต่บูธเค้าเปิด pv ตัวนึงที่เพลงมัน กุริ๊กๆ หลอนประสาทเป็นลูป
แล้ววิกต้องนั่งฟัง  กุริ๊กๆๆ ติดกัน 4 วัน แทบดิ้น =[]=!
 
 
ของโชว์ที่บูธ LEGO
อลังการมาก เหมือนว่าจะเป็นสะพานกับถนนที่วุ่นวายนะ
 
ลืมบอกไปนิดคนที่นี่พูดภาษาอังกฤษได้ฟังยากมาก
เหมือนจะเรียกว่า ซิงกลิช (สิงคโปร์อังกฤษ)
เราที่โง่อังกฤษอยู่แล้วมาเจอ ซิงกลิช แล้วแทบตาย
 
วันที่ 16 วิกออกจากงานตั้งแต่ 5 โมงเย็นทั้งที่งานยังไม่จบ
(ทุกวันงานปิดตอน 3 ทุ่ม)
เพราะว่าต้องเตรียมตัวบินกลับไทย
พอมาถึงก็แทบหมดแรงตาย
จริงๆไม่ค่อยมีอะไรนะ เพราะก็แค่นั่งๆเดินๆ
แต่แบกของหนักอ่ะ ก็เลยกร๊อบแกร๊บทั้งตัว
 
อาร์ สังขารเริ่มไม่เที่ยง

edit @ 18 Aug 2009 21:00:30 by vicvic

edit @ 19 Aug 2009 23:31:01 by vicvic

2009/May/02

!!!กลับมาแล้วววว!!!
(พูดช้าไปหลายวัน)
ไปฮ่องกง+มาเก๊ามาช่วงวันที่ 23-28 ไปแบบไปเองกับเพื่อนด้วย
คือไม่ได้ไปทัวร์ ไปเดินมั่วเองตามหนังสือ เพิ่งเคยไปแบบนี้เลย
ฟิลตอนไปแบบเพลงที่ลงในเอนทรี่นี้เลย
รู้สึกเดินอย่างบ้าคลั่ง ซื้อของอย่างบ้าคลั่ง ถ่ายรูปอย่างบ้าคลั่ง
(แต่ใครหนวกหูก็เลื่อนลงไปกดปิดได้นะจ๊ะ)
กลัวหลงด้วยเพราะไม่มีโทรศัพท์และคนที่นั่นพูดอังกฤษไม่ค่อยรู้เรื่อง
อันว่าปกติ วิกก็ลืมชื่อสถานที่เป็นนิจอยู่แล้วงวดนี้นี่ยิ่งลืมสิ้นไปใหญ่
จะพูดเท่าที่จำได้แล้วกัน

23.04.09

ขึ้นเครื่อง 5 โมงเย็น ถึงมาเก๊า 1 ทุ่ม
จริงๆนั่งเครื่องแถวๆ 2 ชม. แต่ฮ่องกง-มาเก๊าเร็วกว่าไทย 1 ชม.
แค่เริ่มแรกก็เกือบซวยเพราะวิกจำเวลาขึ้นเครื่องผิดเป็น 1 ทุ่ม
(จริงๆนั่นเวลาลง) แต่โชคดีที่เหล่าสหายบอกจะไปกันเร็วๆ
ไปช๊อปดิวตี้ฟรีและชิวถ่ายรูป
แต่ปรากฎว่าจำเวลาผิดเลยได้ไปเดินแป๊ปเดียวแล้วรีบขึ้นเครื่อง
พอถึงแล้วก็นั่งแท็กซี่ไปท่าเรือ เฟอร์รี่ เพื่อจะข้ามจากมาเก๊าไปฮ่องกง
แท๊กซี่มาเก๊า ขับซิ่งเร็วฝ่านรก เลี้ยวทียกล้อ ด่าพ่อไม่ทัน =_="

ถึงท่าเรือเฟอร์รี่แล้วนั่งรออีกนิด
แล้วก็นั่งเรือกันต่ออีกราวๆ ชม.กว่าๆ

นี่ในเรือ ปลาน้อยนั่งแล้วมึนมากแทบอ้วก
จริงๆวิกก็อยากอ้วกนะ แต่ยังเก๊กว่าพอไหว =_=

 

 ถึงฮ่องกงเอาตอนเที่ยงคืน ดึกมาก! แถวที่พักก่อสร้างด้วยแอบน่ากลัว
ที่นี่ล้อมตึกก่อสร้างด้วยไม้ไผ่ต่อเชื่อมๆกันเป็นราวบันได แปลกตา
ฐานดูไม่ค่อยแข็งแรงด้วยแอบงงว่ามันจะไม่ทลายลงมาจริงเหรอ
แต่ตอนกลางวันก็ไม่มีอะไร เพราะเป็นย่านเที่ยวๆ ฟิลข้างล่างที่พัก
แอบเหมือนสะพานเหล็ก(ส่วนแอร์)อย่างบอกไม่ถูก 555

 

อันนี้ถ่ายในห้องพักก็ปกติดี กว้างกว่าที่คิดนิดนึง
แต่วันแรกมาก็มืดแล้ว เลยนอนเลย

24.04.09

วันต่อมาก็เดินๆสำรวจ ที่พักอยู่แถว ซิม ซา ซุย เดินไปถึง มงก๊ก
2 สถานีรถไฟ ถึกมาก แค่วันแรกก็ปวดขา

ภาพบนถ่ายที่ถนนแถวๆที่พัก
ช่วงเช้าไม่มีใครยอมซื้ออะไรเลยแต่พอตอนมืดเท่านั้น
ล่อน้ำหอมไปสามขวด =[]=" เราคนเดียวนะ เพื่อนมากกว่านั้น ก๊ากก
เกิดมาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะบ้าซื้อน้ำหอมวันเดียวสามขวดมาก่อน!

แถวที่พักตอนกลางคืน มีร้านอาหารและร้านค้าเรียงราย

25.04.09

หลังจากผ่านวันแรกไปทำให้เรารู้ว่าบ้านเมืองที่นี่เริ่มคึกช้า
บ่าย 2 เพิ่งเริ่มมีคนเที่ยว แล้วน่าเดินเอามากซัก 1 ทุ่มไปแต่ร้านเปิดถึง 4-5 ทุ่ม
วันนี้ก็ไปห้างแถวๆที่พัก จำชื่อไม่ไ่ด้ แต่เป็นห้างที่เป็นท่าเรือเฟอรรี่
ฝนตกปรอยๆทั้งวัน ร่มที่แบกมาจากไทยแกนหัก
สุดท้ายเลยซื้อใหม่อยู่ดีเอาอันถูกๆมา 10 KHD
ราวๆ 46 บาท (แลกเรทมา 4.62)

น้ำหอมถูกกว่าที่ไทยมาก แต่พวกเครื่องสำอางค์นี่ถูกกว่าแค่ 20-30 บาท
ไม่ค่อยคุ้มแต่มีบางเจ้าอย่าง MAC กับ anna sui
ที่ถูกกว่าไทยมากอยู่ราวๆ 200-500
แอบคิดว่าใครจะมาที่นี่ต้องเชคราคาของที่ไทยมาก่อนจะได้ไม่พลาด

มีบันไดทีวีหน้าร้านด้วย แอบขึ้นไปเนียนถ่ายมา

บะหมี่ลืมชื่อ ที่สั่งมั่วๆจากชื่อ ไม่มีรูปให้ดูด้วย โคตรมั่ว
คนขายพูดไทยได้แค่ว่า เผ็ดมั้ย เผ็ด เผ็ดมาก เผ็ดมากๆ
ดันตอบไปว่า เผ็ดมากๆ ออกมาแดกไม่ไ่ด้ทีเดียว
ทรมานสุดๆ ปกติเรากินเผ็ดแล้วนะ อันนี้ถึงกับ
ยังหิวอยู่นะ แต่กินไม่ไหวแล้วววว
แต่โค้กเค้ามีน้ำแข็งที่หั่นเลเม่อนใหญ่ๆในแก้วให้ด้วย ชอบมาก

คนๆ รถๆ และแสงสี
อีกเรื่องคือ ทีนี่จริงๆแอบร้อนไม่ต่างจากไทย (ที่ไม่ใช่ไทยหน้าร้อน!)
แต่คนที่นี่แต่งตัวได้สับสนอากาศดี แม้จะร้อนบางคนก็ยังใส่โคทหรือบูธ
เดาว่าอุณหภูมิน่าจะอยู่แถว 26-28 องศา แต่ถ้าโดนแดดก็ร้อน

ก็เดินจนเมื่อยแล้วพักครึ่งกลับที่พัก
เราทนใส่วิกไม่ไหวรอบสองก็เลยออกมาแบบปกติ
(เปลี่ยนลุคทุกวัน 555)

สถานีรถไฟ เสาจะเปลี่ยนสีไปแต่ละสถานีด้วย

ในขบวนรถไฟ

มามงก๊กอีกแล้ว! ไม่ต้องตกใจว่าทำไมมาบ่อย
เพราะมันเป็นอารมณ์สยามแสควร์ ของไทย
แต่เดินแล้วได้ฟิลทั้งสยาม โบนันซ่า และพลาตินั่ม
เหมือนเดิมคือของบางชิ้นถูกกว่า บางชิ้นแพงกว่า
เสื้อผ้าและกระเป๋า ที่เมืองไทยแบกจากที่นี่ไปขายที่นี่เลยถูกกว่าครึ่ง
แต่ของที่แพงกว่าเพราะเหมือนแบกมาจากไทยก็มี 555

ที่มงก๊กมีร้านปิ้งๆทอดๆ ข้างทานร้านนึงอร่อยมาก
มีคนมาซื้อตลอดเวลาเลยด้วย วิกชอบปลาหมึกย่างกับหมึกทอดของมันมาก
สุดยอด มากินทุกครั้งที่ผ่าน จริงๆมันไม่ค่อยถูกนะไม้นึง 9 HKD(~45บาท)
พิมพ์แล้วก็อยากจะกินอีก!!

 

ลืมบอกไปว่าเดอะแก๊งค์แบบครบๆมีทั้งหมด 6 คน
วิก ชุป ปลาน้อย เดียว โจ๊ก อ้อม แต่บางวันก็เดินแยกๆตามความสนใจ

26.04.09

วันนี้ตื่นกันสายมากกว่าจะออกมาก็บ่าย 2
ตั้งใจจะไป outlet เลยข้ามไปฝั่งฮ่องกง
จริงๆวิกก็ไม่ค่อยเกทว่าอะไรคือฝั่งฮ่องกง มันก็ฮ่องกงทั้งหมดไม่ใช่เหรอ
แล้วที่ตัวเองอยู่มันคือที่ไหนก๊ากๆๆ
แต่เห็นเพื่อนบอกว่าฝั่งที่เที่ยวกะช๊อปจะเป็นฝั่งที่เราพักและเดินกันก่อนนี้
ส่วนฝั่งฮ่องกงจะไม่เน้นช๊อปเท่านี้แต่มีบ้างและเป็นเมืองตึกสูงๆเป็นที่ทำงาน

ก็เลยได้ถ่ายกับคำบอกสถานี ฮ่องกง!

นั่งรถไฟยาวมากๆ หูอื้อหลายรอบด้วย
เพราะรถไฟมันตัดขึ้นเขามั่ง ทะลุเขามั่ง เลียบทะเลบ้าง
ใต้ดินบ้าง ข้างนอกบ้าง มีช่วงนึงนั่งผ่าน ภูเขาสุสาน
เต็มไปด้วยสุสาน ริมทะเลด้วย สวยดีนะ
แต่ไปถึง outlet แล้วลด 50-70% ของ brandname ก็ยังแพงนรกอยู่ดี
ไม่ใช่แนวด้วย เลยไม่ไ่ด้อะไร
แถมสุดท้ายยังกลับมามงก๊กอีกต่างหาก (ท่าจะบ้า ก๊ากๆๆ)
แล้วก็เป็นวันสุดท้ายที่จะได้ช๊อปฮ่องกงด้วย ทุกคนเลยใ้ช้เงินไม่ยั้ง
อารมณ์ว่าไปมาเก๊าแล้วคงไม่ค่อยมีของให้ซื้อเท่าไหร่
ได้กิน KFC วันนี้ซะงั้นแต่ชอบเซ็ทของที่นี่มาก ไม่ได้มีแต่เฟร้นฟราย
เลือกเป็นอื่นๆได้ เท่าที่จำได้มี ไก่ปีกสองชิ้น ข้าวโพดปิ้งเนย
มีให้เลือกราวๆ 6-8 อย่าง

แต่วันนี้เนื่องจากแต่งตัวสะเดิดมาก เลยเจอเรื่องแปลกๆ
มีนิโกรมาจีบในเซเว่น ที่แท้ตูก็เสป็คคนดำ =[]=" เครียด
แต่พอเพื่อนเรามาเค้าก็เดินจากไปก็ไม่มีอะไร แอบกลัวนิดๆ

27.04.09

วันนี้ต้องข้ามไปฝั่งมาเก๊าแล้วก็ไปขึ้นเรือที่ท่าเรืออยู่ในห้าง

ถ่ายตอนรอซื้อตั๋วเรือ แล้วก็ข้ามไปฝั่งมาเก๊า
มาถึงมาเก๊าแล้วเราไปพักที่ SANVA HOTEL
มาถึงแล้วแอบรู้สึกว่าเย็นกว่าฮ่องกงนิดหน่อย

ฟิลภาพเปลี่ยนในทันใด
สลับคราบเมโทรของฮ่องกง มาเป็นเรโทรที่มาเก๊า
ที่ SANVA นี่เป็นที่พักแบบเก่า traditional มีมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
ไม่มีแอร์เปนพัดลมห้องเพดานเปิด ไม่เก็บเสียง ห้องน้ำรวม(แต่มีประตูปิดนะ)
จริงๆมาเก๊า รร.ดีๆก็มีแต่เรามาที่นี่เพราะมันเคยเป็นที่ถ่ายหนังหลายเรื่อง
หนึ่งในนั้นมีงาน 2046 ของหว่องกาไว ที่ชอบมาก เลยอยากมาเหยียบ
เจ้าของแปะกะซิ่มที่ดูใจดี

ตอนแบกกระเป๋าที่ยัดของช๊อปจากฮ่องกงขึ้นบันไดนี่แอบทรหึด

แถวที่พักเป็นซอยที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร
เดินอีกนิดถึงจัตุรัสเซนนาโด ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว

แถวจัตุรัส ร้านค้าก็อยู่ในอาคารทรงแบบศิลปะ โปรตุเกส(รึเปล่าวะ)หมดเลย
มาเก๊ามีจุดให้ถ่ายรูปเยอะมาก แล้วก็เดินไปซากประตูโบสถ์ St.Paul

เหลือแต่ประตูจริงๆ

วิกก็สลับคราบเมโทรวันก่อน ผันตัวมาเป็นซิ้มแถวๆนี้บ้าง
บ้านเมืองที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนเยาวราชแบบแปลกๆ
แต่พื้นที่สูงๆต่ำๆ ก็เลยมีมุมแปลกๆให้ถ่ายเยอะ
ตึกหน้าตาแปลกๆด้านหลังที่พยายามเหมือนน้ำพุเป็นบ่อนที่ใหญ่มาก
เคยนั่งแทกซี่ผ่านตอนกลางคืน มันเปิดแสงสีอลังการ ฐานของมันเป็น
motion graphic ขนาดใหญ่ ขยับวูบวาบ เหมือนโลกอนาคตจริงๆ

!พรีเซ็นเตอร์!
ข้างทางก่อนถึงโบสถ์เต็มไปด้วยร้าน ทาร์ตไข่ และหมูแผ่น
อร่อยทั้งสองอย่าง แต่หมูแผ่นแพง คนขายไล่กวดขายกันอย่างจริงจัง
ร้านชานมที่นี่เห็นคนต่อคิวกันเยอะ เลยหลงเข้าไปซื้อบ้าง
แต่กินแล้วห่วยจัด กลับไปกิน Mr. Shake บ้านเราดีกว่านะ

จริงๆแถวจัตุรัสก็เต็มไปด้วยร้านแบรนด์เนม
และร้าน ZAZA ที่คล้ายๆวัตสัตบ้านเรา แต่มีของแพงขายด้วย
มีน้ำหอมให้เลือกสรรเยอะมากในราคาถูก (กว่าไทย)
ซึ่งเป็นที่เสียทรัพย์ประจำของชาวแก๊งค์

หลังจากถ่ายรูปอย่างบ้าคลั่งแถวๆจัตุรัสและประตูโบสถ์แล้ว
ก็ย้ายไปเดิน เวเนเชี่ยน ที่วิกแอบเรียกว่า เวนิชปลอม T_T
ไปไม่ถึงเวนิชแท้ ขอมาที่นี่ก็ยังดี ซิกๆ
ตกเย็นอากาศหนาวมาก พอดีไม่ได้เอาเสื้อกันหนาวไปด้วย
เอาไปแต่ผ้าคลุมน่าจะราวๆ 22 องศา แต่มีลมพัด
จริงๆคิดว่าอากาศดี๊ดี ถ้ามีเสื้อกันหนาวห้องแอร์ก็น่าจะอยู่แล้ว

อร่ามแท้ ข้างในเป็นบ่อน มีบันไดเลื่อนแบบโค้งด้วยเพิ่งเคยเห็น

ออกไปถ่ายข้างนอกก่อนแสงหมด

 

โรแมนซ์เป็นเลิศ เราก็ไปถ่ายรูปขัดขวางคู่รักกันเนอะ
แต่คู่นั้นไม่ค่อยสะทกสะท้าน
เพื่อนบอกว่าเหน ผช คุกเข่า ขอแต่งงานหรือเปล่า โอ้วว!

 แสงหมดเกินเยียวยา เข้ามาถ่ายรูปด้านในบ้าง

ท้องฟ้าปลอมถ่ายรูปแล้วสวยดี
คนพายกอนโดลาร้องเพลงทีก้องไปทั่วบริเวณเลย
ร้องแนวเน้นพลังเสียงอ่ะ ถ้าคนไหนเจ๋งมากๆ
ก็จะมีคนที่เดินเล่นแถวๆนั้นปรบมือให้ด้วย
แล้วก็เดินถ่ายรูปอย่างบ้าคลั่งแล้วกลับ

ตอนกลางคืนหิวมาก แอบออกมาหาของกินข้างทางตอนแถวๆตี 2
ตี 2 ของที่นี่คนน้อยมาก ถนนใหญ่แทบไม่มีรถวิ่ง
แต่ก็กินบะหมี่ข้างทางแถวๆที่พัก แล้วก็ ซื้อของจากเซเว่น

28.04.09

วันนี้วันกลับแล้วเลยไม่ได้ไปไหนไกลๆ
ทุกคนพยายามใช้เงินให้หมดก็เลยเดินหาเรื่องเสียเงิน
แถวจัตุรัสเมื่อวาน กิน ถ่ายรูป แล้วก็กลับ

ชุดวันกลับ พร้อมใจกันม่วงมากๆ 555
แล้วก็ขึ้นเครื่องทุ่มกว่าๆถึงไทยสามทุ่มตามเวลา
มาเผชิญกับอากาศร้อนผ่าว!

คือจริงๆรูปมันเยอะมาก เราปรับไว้ 87 รูปจากเป็นพัน
เอาลง blog ไม่ไหวเลยอัพไว้ต่างหาก ถ้าใครอยากดูรูปเล่นๆก็ตามไปดูนะ

multiply
http://vicvicmon.multiply.com/photos/album/4/Honk_Kong_Macau

 หรืออยากจะไล่ link ภาพของ photobucket ก็ได้
http://i5.photobucket.com/albums/y186/viccosweb2/hk_mk/hkmk_001.jpg
ไล่จาก 001-087

 + + + + + + + +

29.04.09

วิกกลับมาจากฮ่องกงยังไม่ทันไรก็มีนัดไปเจอกับ
artist malaysia ทันที ไปเจอกับ kidchan toonikun และ sou
ก็ตกลงตั้งแต่ก่อนไปฮ่องกงแล้วว่าจะพาไปพิพิธภัณฑ์สยามแถววัดโพธิ
จริงๆพวกเค้ามาหลายวันแล้วด้วย แต่วิกเพิ่งกลับไทยมาวันนี้
เลยเจอวันนี้วันเดียว วันที่พวกเค้าจะกลับ เลยมีเวลาครึ่งวัน TwT
มีภาพแบลคเมลล์จับ sou มาร่วมบ้าใส่ชุดไทยโบราณในพิพิธภัณฑ์ได้ 555

ในพิพิธภัณฑ์สนุกดี มีวิทยาการเยอะ interactive เป็นเลิศ
ทันสมัยและมีอารมณ์ขันด้วย แอร์เย็น
แต่ไปทีควรจะมีเวลานานๆหน่อย
นั่งวาดสึเคบุแลกกันในแบลคแคนย่อน
พนง.ที่ร้านดูตื่นตากับโต๊ะพวกเรามากที่นั่งวาดรูปกันเป็นเรื่องราว
แล้วก็ tooni ให้ caramella มาด้วย

ตะแว๊งง~~~ caramella เล่มสีครีมๆนะ
แต่ถ่ายรวมกับเล่มสูจิบัตรงาน comic fiesta
ที่มีงานเราลงด้วยเหมือนกันไปพร้อมกันเลย

หลังจากแยกย้ายแล้วเราไปเจอ mimoza ที่มาจากออส
กลับมาเยี่ยมไทย โมเอากล้องโพราลอยด์มาถ่ายด้วย
ได้เป็นใบๆมา น่าฮักกก โมแอบเป็นสาวขึ้นอ่ะ
แปลว่ากูแก่ลง T__T ฮือออ

ถ่ายไม่บอก กำลังอ้าปากเลยตู
กรอบคิตตี้สีดำม่วงล่วย น่ารัก!

อัพยาวมาก
แผ่นกลับไปทำงานก่อนแล้ว ToT
สะสมเงินใหม่ด้วย T[]T

edit @ 12 May 2009 04:42:44 by vicvic